ในโลกของพิธีกรรมไทย
ไม่มีอะไรจะสะท้อนถึงความละเมียดละไมและความศรัทธาได้ดีไปกว่า “บายศรี”
และหนึ่งในรูปแบบที่เรียบง่าย ก็คือ “บายศรีปากชาม” หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า “บายศรีนมแมว” นั่นเอง
.
บายศรีปากชาม คือ บายศรีขนาดย่อมที่จัดลงในชามสวย ๆ ไม่ว่าจะเป็นชามเบญจรงค์ ชามลายคราม หรือชามงามตามแต่ความเหมาะสม ใบตองสดถูกพับ ม้วน และประดับจนเกิดเป็นศิลปะ
มีกรวยกลางตั้งตระหง่าน ข้างในบรรจุข้าวสุก และยอดกรวยประดับด้วย ไข่ต้ม
เรียกว่า “ไข่ขวัญ” ซึ่งในบางถิ่นอาจใช้ดอกบัว หรือ ดอกดาวเรืองแทน![]()
หากบูชาเทพที่ไม่เสวยเนื้อสัตว์
.
รอบกรวยตกแต่งด้วย “นมแมว” ใบตองพับแหลมซ้อนเรียงเป็นชั้น ๆ อย่างประณีต จะ 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น หรือแม้แต่ 9 ชั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและระดับของพิธี แทรกระหว่างนมแมวจะมี “แมงดา”
หรือ “ตัวเต่า”
ใบตองตัดลายฟันเลื่อยสวยงามเหมือนหน้าจั่วบ้านโบราณ พร้อมหางใบตองพับรองรับด้านล่างเสมือนหางเต่า
.
บนแมงดานั้นเราจะพบกับผลไม้หรือขนมอร่อย ๆ อย่าง กล้วยน้ำไท แตงกวา ขนมต้มขาว ฝอยทอง จัดวางอย่างกลมกลืน เสริมพลังมงคลด้วย ธูป เทียน ดอกไม้ 3 ชุด ![]()
และ ด้ายสายสิญจน์ พร้อมบางแบบอาจแถมอ้อยท่อนเล็ก ๆ ใส่ไว้ เพื่อความหวานสมบูรณ์แบบของพิธี
.
บายศรีปากชามมักใช้เป็นเครื่องตั้งประธาน ในพิธีต่าง ๆ เช่น
พิธีบูชาฤกษ์
พิธีนพเคราะห์
พิธีบวงสรวงหรือสังเวยเทพ
.
ความพิเศษของบายศรีชนิดนี้ ไม่ใช่แค่ความงามของใบตองที่พับอย่างวิจิตร หรือความน่ารักของชื่อ “นมแมว” เท่านั้น แต่คือการสื่อถึงความเชื่อ ความศรัทธา และความเชื่อมโยงของคนไทยกับธรรมชาติผ่านงานแฮนด์เมดที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ

