พระราชวังฤดูร้อนนับว่าเป็นอีกหนึ่งแบบธรรมเนียมการสร้างวังที่ไทยรับมาจากชาติตะวันตกมาอย่างเนิ่นนาน นับตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสในสมัยพระนารายณ์ เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยวัตถุประสงค์หลักของพระราชวังฤดูร้อนก็คือการแปรพระราชฐานเพื่อหนีอากาศที่อบอ้าวในพระราชวังหลวง เพื่อไม่ให้เกิดพระอาการประชวรใด ๆ ซึ่งในหมู่พระราชฐานที่ได้ชื่อว่าเป็นที่ประทับในฤดูร้อนนั้น เท่าที่หลงเหลืออยู่ให้เห็นก็มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ทั้งที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ไล่มาจนถึงยุคสมัยใหม่ในช่วงรัตนโกสินทร์
ตำหนักทะเลชุบศร
พระตำหนักโบราณสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยานี้ นับว่าเคยเป็นพระราชวังที่มีความล้ำสมัยมาก โดยตัวตำหนักตั้งอยู่บนเกาะในอาณาบริเวณที่เรียกกันว่า “ทะเลชุบศร” ซึ่งเป็นที่ลุ่มซึ่งมักจะมีน้ำขังในฤดูฝน โดยมีการปรับปรุงด้วยวิทยาการจากทางตะวันตกเพื่อขังน้ำให้ทะเลชุบศรกลายเป็นทะเลสาบขึ้นมา ตามบันทึกของฝรั่งเศสระบุว่าที่นี่เป็นสถานที่สมเด็จพระนารายณ์ฯทรงทอดพระเนตรดูจันทรุปราคาด้วยการส่องกล้อง ซึ่งนับว่าเป็นการศึกษาดาราศาสตร์แบบสมัยใหม่เป็นครั้งแรก ๆ ในไทยด้วย
พระราชวังบางปะอิน
บางปะอินนับว่าเป็นสถานที่ที่ถูกใช้เป็นที่ประทับในยามฤดูร้อนมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเริ่มในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างไปและได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ก่อนที่จะกลายมาเป็นพระราชวังฤดูร้อนในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดไปประทับอยู่บ่อยครั้งในช่วงหน้ากฐิน โดยหมู่พระที่นั่งในพระราชวังบางปะอินสร้างด้วยงานสถาปัตยกรรมที่หลากหลายทั้งไทย จีน ยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอบางปะอินอีกด้วย
มฤคทายวันราชนิเวศน์
หมู่พระที่นั่งในอำเภอชะอำแห่งนี้ นับว่าเป็นหนึ่งในพระราชวังฤดูร้อนที่เริ่มมีความนิยมสร้างที่ริมทะเล โดยสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นที่ประทับยามแปรพระราชฐานในฤดูร้อนประจำรัชกาล อาคารส่วนใหญ่เป็นงานเรือนไทยประยุกต์ผสมยุโรปที่ดูเรียบง่ายแต่งดงาม โดยถูกออกแบบให้เปิดโล่งและสามารถรับลมทะเลให้อากาศเย็นสบายไปทั่วทั้งหมู่พระที่นั่ง
จุฑาธุชราชฐาน
พระตำหนักบนเกาะสีชังนี้นับว่าเป็นพระราชวังริมทะเลหลังแรก ๆ ในกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นวังเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ก่อนที่จะสิ้นสุดชสถานะของเขตพระราชฐานไปหลังเหตุการณ์ร.ศ. 112 โดยในปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้เพื่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บนเกาะสีชัง
พระนครคีรี
พระราชวังฤดูร้อนบนยอดเขาใจกลางเมืองเพชรบุรีของรัชกาลที่ 4 แห่งนี้เดิมเป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 4 เคยเสด็จมาประดับเมื่อครั้งยังครองเพศบรรพชิต ครั้นเมื่อสึกมาขึ้นครองราชย์ก็ได้โปรดฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองก่อสร้างพระราชวังขึ้นมาบนยอดเขา และใช้เป็นที่ประทับยามเสด็จแปรพระราชฐานมายังเพชรบุรี ตัวหมู่อาคารในพระนครคีรีมีทั้งงานสถาปัตยกรรมไทย ยุโรป และจีนผสมผสานกันไป






