เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมชมงานครบรอบ 125 ปี ที่มัสยิดฮารูณมา วันนี้จึงอยากจะมาเล่าเรื่องราวของชุมชนอิสลามในย่านฝรั่งอย่างบางรักให้ได้อ่านกันสักเล็กน้อย
มัสยิดฮารูณเป็นหนึ่งในมัสยิดสำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยบุตรของพ่อค้านาม “ฮารูณ บาฟาเดน” หรือโต๊ะฮารูณ ผู้เดินทางจากอินโดนีเซียมาตั้งรกรากอยู่ในบางรักแห่งนี้ พร้อม ๆ กับก่อสร้างมัสยิดเพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในสุเหร่าต้นสำโรง ชื่อว่ามัสยิดวัดม่วงแค ก่อนที่จะกลายมาเป็นสุเหร่าหลังโรงภาษีที่ถอยร่นเข้ามาหลังจากที่รัฐเวนคืนพื้นที่ริมน้ำเพื่อสร้างศุลกสถานขึ้นมา และได้รับพระราชทานเงินจากพระเจ้าอยู่หัวให้ก่อสร้างมัสยิดใหม่มาทดแทนหลังเดิม ก่อนที่ในภายหลังจะมีการขนานนามใหม่เป็น “มัสยิดฮารูณ” ตามชื่อของโต๊ะฮารูณ บาฟาเดน ผู้ก่อตั้งมัสยิดแห่งนี้ขึ้นมา
อาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นสีขาวของมัสยิดฮารูณไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นคนออกแบบหรือสร้างไว้ อย่างไรก็ดี จากภายนอกเราจะสามารถเห็นความผสมผสานกันระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปะอิสลามเป็นอย่างดี อาทิเสาขนาบข้างของตึกที่มีลักษณะบัวหัวเสาแบบโรมัน มีคิ้วบัวที่วิจิตรงดงามเป็นพื้นสีแดงประดับด้วยลวดลายปูนปั้นสีขาวเป็นพรรณพฤกษา อีกทั้งหน้าจั่วด้านบนสุดปรากฏดาวและพระจันทร์สีเหลืองบนพื้นหลังสีเขียวซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของศิลปะอิสลาม การตัดกันของสีขาวและสีแดงปรากฏให้เห็นทั่วที่ส่วนของหน้าต่างแทบจะทุกบานในมัสยิดแห่งนี้
ต้องยอมรับว่าผู้เขียนนั้นมัวแต่กลัวนู่นกลัวนี่กังวลจนไม่ได้ขึ้นไปชมพื้นที่ด้านในของมัสยิดเหมือนคนอื่นเขา โดยภายในชั้นสองของมัสยิดมีการประดับด้วยสีหลักอยู่ 3 สีคือขาว เขียว และทอง โดยตัวผนังจะมีลักษณะเป็นสีขาวสอดรับกับผนังภายนอก และที่ด้านบนเหนือหน้าต่างเป็นแถบสีเขียวยาวตลอดทั้งห้องมีลวดลายเป็นอักษรวิจิตรสีทอง ตลอดบนเพดานกลางห้องก็ปรากฏโคมไฟสังเค็ดอยู่ด้วย
มัสยิดฮารูณนั้นได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามน่าชมเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ แต่อย่างไรก็ดีมักเป็นสถานที่ที่ไม่ได้ถูกผู้คนภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยนัก อาจจะเป็นเพราะบุคคลภายนอกมองว่าไม่ควรเข้ามารบกวนพื้นที่ของศาสนาอื่นในชุมชน ๆ หนึ่งด้วยส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีมัสยิดฮารูณนับว่าเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างกับคนภายนอกมากพอสมควร ดังที่สะท้อนให้เห็นผ่านงานครบรอบ 125 ปีที่ผ่านมา ที่ไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาใดก็สามารถมาร่วมเรียนรู้ความแตกต่างและเข้าใจกันได้อย่างไม่ยากนัก
#ที่โปรด#กรุงเทพ#มัสยิดฮารูณ#สถาปัตยกรรม

