ตึกเก่าคลาสสิคในภาคอีสานนั้น อาจจะมีจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ที่ติดทะเลและรับเอาวัฒนธรรมการสร้างบ้านแบบก่ออิฐถือปูนมาจากชาวต่างชาติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าในอีสานจะไม่มีตึกเก่างาม ๆ เลย โดยตึกเก่าในแถบอีสานนั้นส่วนมากก็ได้ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีอิทธิสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลมาบ้าง เช่นตึกเก่าในท่าแร่ จังหวัดสกลนคร แต่ตึกเก่าที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้เป็นตึกเก่าที่มีกลิ่นอายของความเป็นจีน ซึ่งเป็นอีกกลุ่มพลเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ในภาคอีสานด้วยเหมือนกัน โดยตึกที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้เป็นตึกเก่าของคหบดีเชื้อสายจีนคนหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษอย่าง “บ้านขุนอำไพพาณิชย์”
.
ตึกเก่าคลาสสิคโดดเด่นที่ทอดตัวยาวอยู่บนถนนอุบล ในย่านเมืองเก่าของเทศบาลเมืองศรีสะเกษนี้เป็นอดีตบ้านพักของพ่อค้าและคหบดีนาม ขุนอำไพพาณิชย์ (ทองอิน นาคสีหราช) โดยก่อสร้างโดยช่างชาวจีนและญวนเมื่อราวพุทธศักราช 2468 เป็นตึกพาณิชย์ที่ในภายหลังถูกปล่อยเช่าให้ใช้งานจนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม และมีการบูรณะขึ้นมาจนลุล่วง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์จากสมาคมสถาปนิกสยามอีกด้วย
.
รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของบ้านขุนอำไพพาณิชย์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนในรูปแบบตึกแถวสองชั้น แบ่งออกเป็น 6 คูหาด้วยกัน ชั้นบนมีระเบียงไม้ยืนออกมาจากตัวอาคารราว 1 เมตร ที่กรอบประตูชั้นล่างถูกสร้างมาเป็นลักษณะซุ้มวงโค้ง ตัวอาคารมีสีครีม และมีปูนปั้นประดับประดาสีขาวหรือสีเหลืองเป็นลายมงคลต่าง ๆ เช่นดอกบ๊วย ก้านขดและพรรณพฤกษา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ ภาพค้างคาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ภาพดวงอาทิตย์ ดอกเบญจมาศ นกกระเรียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ฮก ลก ซิ่ว คือชาติวาสนา ความมั่งคั่งหรือทรัพย์สิน และความยั่งยืน
.
สำหรับในปัจจุบันนี้ บ้านขุนอำไพพาณิชย์ได้แปรสภาพจากอาคารปล่อยเช่ามาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่บอกเล่าประวัติและเรื่องราวของขุนอำไพพาณิชย์ตลอดจนสภาพความเป็นอยู่ของชาวศรีสะเกษเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี นอกจากนี้ที่ชั้นล่างของอาคารก็ได้เปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายใช้สอยกันด้วย



