.ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กอันเปรียบเสมือนกับตัวแทนแห่งชาติฝรั่งเศสแล้ว แน่นอนว่าผู้คนจะนึกถึงหอไอเฟลเป็นอย่างแรก ซึ่งชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ของหอไอเฟลนั้นนับว่าโด่งดังเป็นอย่างมากในระดับที่ใคร ๆ ก็รู้จัก และเป็นเสมือนกับหนึ่งความภาคภูมิใจของฝรั่งเศสที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลให้มาเยี่ยมชม
แต่อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของหอไอเฟลนั้นก็ไปกระตุ้นต่อมความสนใจของ “ประเทศเพื่อนบ้าน” ที่ไม่อยากน้อยหน้าและอยากจะสร้างอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าหอไอเฟล ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรก็เลยวางโปรเจ็กต์ใหญ่ที่จะสร้างหอคอยแบบไอเฟล แต่ยิ่งใหญ่กว่าไอเฟล เพื่อเอาชนะฝรั่งเศสให้จงได้ เลยเป็นที่มาของ “หอวัตกิน” หอไอเฟลเวอร์ชั่นอังกฤษที่ไม่เคยสร้างเสร็จ
.
อภิมหาโปรเจ็คต์นี้เกิดขึ้นมาจากไอเดียของเซอร์ เอ็ดเวิร์ด วัตกิน สมาชิกสภา และเจ้าของกิจการรถไฟรถรางทั่วลอนดอน ผู้เป็นเจ้าของโปรเจ็คต์เชื่อมระบบรางรถไฟอังกฤษกับรถไฟฝรั่งเศสเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในโปรเจ็คต์สถานีเว็มบลีย์ของเขา เขาก็เกิดปิ๊งไอเดียในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการในลักษณะของสวนสนุกซึ่งจะมีแลนด์มาร์กสำคัญเป็นหอคอยขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจกว่าหอไอเฟล
.
วัตกินได้เชื้อเชิญกุสตาฟ ไอเฟลมาเป็นคนออกแบบหอคอยแห่งนี้ แต่กลับถูกปฏิเสธ เขาจึงจัดการประกวดออกแบบขึ้นมา โดยแบบที่ได้รับรางวัลเป็นผลงานออกแบบของสจ็วต, แม็คลาเรน และดันน์จากลอนดอน ซึ่งก็ได้เริ่มก่อสร้างโดยเซอร์ เบนจามิน เบเกอร์ และก่อสร้างเรื่อยมาตั้งแต่วันที่สวนสนุกเปิด ซึ่งมีผู้คนมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมากตั้งแต่ตอนกำลังก่อสร้าง ทว่าไม่กี่ปีต่อมา บริษัทก็ประสบปัญหาการเงินทำให้การก่อสร้างชะงัก ผนวกกับการที่วัตกินถึงแก่กรรม หอคอยที่สร้างไม่เสร็จนี้จึงถูกรื้อลงด้วยระเบิดไดนาไมต์ แต่ถึงจะไม่มีหอคอย สวนสนุกแห่งนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ดี จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในงานมหกรรมจักรวรรดิบริติช สวนสนุกก็ถูกเปลี่ยนสภาพมาเป็นสนามกีฬาขนาดยักษ์ และกลายมาเป็นสถานเหย้าของสโมสรฟุตบอลทีมชาติอังกฤษจนถึงปัจจุบัน
.
ความทะเยอทะยานที่จะแข่งกับหอไอเฟลของวัตกิน ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จอย่างตั้งใจ พื้นที่ของหอวัตกินก็ได้กลายมาเป็นสถานที่สุดป๊อบของชาวอังกฤษอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ชวนให้สงสัยไม่น้อยว่าถ้าโปรเจ็กต์หอวัตกินประสบความสำเร็จจริง ๆ จะเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอังกฤษไปมากขนาดไหน
#ที่โปรด#ประวัติศาสตร์#อังกฤษ
.
อ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/uk-england-50628714

