กุหลาบยำบู กุหลาบจามุนในชุมชนมุสลิมไทย

ครั้งหนึ่งเราเคยกล่าวถึง “กุหลาบจามุน” แบบที่เราพบเห็นกันในร้านอาหารอินเดียไปบ้างแล้ว เรื่องราวของกุหลาบยามุนนั้นเป็นอีกหนึ่งขนมหวาน (แบบหวานมาก) ที่อินเดียส่งต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็มีกุหลายจามุนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นในแถบมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ รวมไปถึงในประเทศไทย ซึ่งกุหลาบจามุนที่พบในไทยแบบที่ไม่ใช่ในร้านอาหารอินเดียนั้น ส่วนตัวก็พบอะไรที่มันแตกต่างกันไปพอสมควรอยู่บ้าง

เราได้ยินชื่ออีกเวอร์ชั่นหนึ่งของกุหลาบจามุนครั้งแรกที่มัสยิดมหานาค ที่ซึ่งพวกเขาเรียกขานกันว่า “กุหลาบยำบู” แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้เห็นหรอกว่าของที่มหานาคหน้าตาเป็นยังไง เพราะเราไปกินก๋วยเตี๋ยวแกงตอนกลางคืนเขาขายหมดแล้ว แต่ก็ได้มีโอกาสไปเห็นกุหลายยำบูของที่มีนบุรี ซึ่งหน้าตาไม่เหมือนกับกุหลาบจามุนในร้านอาหารอินเดียสักนิดหนึ่ง

ขอย้อนไปถึงประวัติของกุหลาบจามุนกันสักนิด โดยต้นกำเนิดของกุหลาบจามุนนี้ กล่าวกันว่ามีมาแต่สมัยเปอร์เซียเรืองอำนาจ ซึ่งเราสามารถพบเห็นขนมที่หน้าตาใกล้เคียงกันได้นทางฝั่งอาหรับ โดยชื่อของมันสามารถแปลได้คร่าว ๆ ว่าลูกหว้าในน้ำดอกกุหลาบ ซึ่งจะชื่อ ยามุน หรือยำบู ก็ล้วนแต่หมายถึงลูกหว้าเหมือนกัน ซึ่งคำนี้ คือคำเดียวกันกับคำว่า “ชมพู” ในชมพูทวีปนี่เอง ซึ่งชมพูทวีปนั้นไม่ได้หมายถึงทวีปสีชมพู หากแต่หมายถึงทวีปต้นหว้านี่เอง

สำหรับกุหลาบยำบูที่พบนี้ ไม่ได้มีสีออกน้ำตาลหรือดำเหมือนอย่างเวอร์ชั่นของอินเดียแต่อย่างใด กลับกันมันมีสีที่ออกเป็นเหลืองทองมากกว่า รูปทรงหลัก ๆ จะปั้นให้หัวแหลมที่ปลายทั้ง 2 ข้าง จะแหลมมากแหลมน้อยก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับต้นทางเสียทีเดียว ทั้งนี้เราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางใต้เรามีแบบที่หน้าตาเหมือนกันกับที่มีในภาคกลางไหม ใครรู็ก็คอมเมนต์บอกกันได้น้าาาา

สำหรับร้านที่มีนบุรีที่เราไปเจอชื่อว่าร้านมูฮัมหมัดรสดี ใครอยากลองก็สามารถไปหาซื้อได้ นอกจากร้านมูฮำหมัดแล้วก็ยังมีร้านอื่น ๆ อีกมากมายที่พบเห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพด้วย เช่นที่มัสยิดบางอ้อ หรือมัสยิดมหานาค เป็นต้น
#จานโปรด#มุสลิม#กุหลาบยำบู#กุหลาบจามุน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ