ถ้าพูดถึงเมนูหมูทอด ก็มีมากมายหลากหลายสัญชาติ ซึ่งก็อาจจะมีทั้งที่ลักษณะเหมือนกัน ไปจนถึงที่มีลักษณะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นหมูทอดดั้งเดิมแบบทางเอเชียก็คงจะเอาลงไปทอดเลย ในขณะที่ทางฝั่งตะวันตกนั้นมีความนิยมในการใช้เกล็ดขนมปังเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พอตะวันตกมาพบตะวันออก ก็เกิดการแลกเปลี่ยนกัน ทำให้หมูทอดในหลายที่มีการเปลี่ยนแปลง หนึ่งในนั้นที่รับเอาหมูทอดคลุกเกล็ดขนมปังอย่างตะวันตกมาอย่างเต็มที่ก็คงเป็นที่ญี่ปุ่น กับหมูทอดเลื่องชื่อนาม “ทงคัตสึ”
ชาวญี่ปุ่น รู้จักและเริ่มทำทงคัตสึขึ้นมาในยุคเมจิช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 หลังการปฏิรูปเมจิ ที่ซึ่งพวกเขาได้รู้จักกับเนื้อชุบแป้งทอดที่ชาวอเมริกันเอาเข้ามา เนื้อชุบแป้งทอดนั้นก็นับว่าเป็นมรดกที่ชาวอเมริกันรับมาจากทางฝั่งยุโรปอีกต่อหนึ่ง ที่ซึ่งมันถูกเรียกกันว่า “คัทเล็ต” (Cutlet)
ถ้าเราเคยเห็นคัทเล็ตของทางยุโรป เราอาจจะสังเกตเห็นว่ามันไม่เห็นจะเหมือนกันกับทงคัตสึเลย ซึ่งอันที่จริง พอคัทเล็ตเข้ามาถึงญี่ปุ่นมันก็ถูกขายในร้านอาหารอย่างตะวันตก อย่างไรก็ดี คนขายรู้สึกว่าคัทเล็ตนี้เลี่ยนมันไปหมด รสชาติไม่ญี่ปุ่นเลยสักนิด ก็เลยคิดหาวิธีแก้ไข จนได้ไปรู้จักกับการทอดอีกแบบหนึ่งที่ได้เข้ามาแพร่หลายในญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคการค้านัมบังซึ่งก็คือ “เทมปุระ” นี่เอง
วิธีการทอดคัทเล็ตแบบที่รับมาจากฝั่งอเมริกาจะเป็นวิธีการทอดที่ใช้น้ำมันน้อยมาก พอไม่ให้ติดกระทะ ผิดกับวิธีทอดเทมปุระที่ใส่น้ำมันไปเยอะ ๆ ร้อน ๆ แทน ซึ่งพอลองทำคัทเล็ตด้วยวิธีการทอดแบบเทมปุระ ก็ได้หมูทอดที่รสชาติถูกปากคนญี่ปุ่นและสุดแสนจะอร่อยขึ้นมา พร้อม ๆ กับได้รับชื่อใหม่ว่า “ทงคัตสึ” ทงที่แปลว่าเนื้อหมู และคัตสึที่เป็นคำที่แผลงมาจากคัทเล็ต
นอกเหนือจากทงคัตสึเพรียว ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทวีคูณความอร่อยให้กับทงคัตสึ นั่นก็คือ “ซอสทงคัตสึ” ซอสญี่ปุ่นรสอร่อยที่มีลักษณะคล้ายกับวูสเตอร์ซอส โดยซอสทงคัตสึนีเกิดขึ้นมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ราว ๆ ไม่น้อยกว่า 50 ปีหลังจากที่ทงคัตสึเกิดขึ้นมา
ดังชื่อหัวข้อว่า “หมูทอดญี่ปุ่นที่กินกับอะไรก็อร่อย” ทงคัตสึถูกนำไปกินคู่กับอะไรหลายอย่างมาก จะกินเปล่า ๆ ราดซอสทงคัตสึเคียงกับกะหล่ำซอยก็อร่อย กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อย กินคู่กับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นก็อร่อย หรือเอามาประกบกับขนมปังเป็นแซนด์วิชก็อร่อยเหมือนกัน ไหนใครเป็นสาวกทงคัตสึ ชอบกินทงคัตสึกับอะไร มาคอมเมนต์สู่กันอ่านได้น้าาาา~~
#จานโปรด#ญี่ปุ่น#ทงคัตสึ
อ้างอิง:
https://www.gov-online.go.jp/pdf/hlj/20181001/20-21.pdf

