คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ซูชิ’ หนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่วางขายทุกเทศกาลของไทยจะตลาดนัด ตลาดถนนคนเดิน หรือตลาดในห้างก็ต้องมีซูชิขายเป็นแน่ จึงเป็นที่มาชวนฉงนสงสัยถึงที่มาของซูชิ
.
ต้นกำเนิดของซูชิเกิดในแผ่นดินจีนราวศตวรรษที่ 4 ซึ่งเป็นวิธีการในการเก็บรักษาอาหารให้อายุยาวนานขึ้น โดยเป็นการนำปลาวางไว้ในข้าวเป็นการหมักเพื่อถนอมเนื้อปลาเอาไว้ ซึ่งวิธีการปรากฎในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นเวลาหลายพันปี การนำข้าวหมักพร้อมกับเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้เกิดกรดแลคติค เมื่อทำปฏิกริยากับเกลือจะทำให้แบคทีเรียในปลาเติบโตได้ช้าลง
.
ว่ากันว่าแนวคิดการหมักถนอมอาหารนี้ถูกส่งต่อมายังญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 9 และเมื่อศาสนาพุทธถูกเผยแพร่ไปที่ญี่ปุ่นก็ยิ่งทำให้ซูชิได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เพราะการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาจะงดเว้นเนื้อสัตว์ใหญ่ ทำให้ชาวญี่ปุ่นหันมากินปลาเป็นอาหารหลัก โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เสิร์ฟปลาพร้อมกับข้าว ถูกรู้จักกันในชื่อ ‘นาเระซูชิ’ นั่นเอง
.
อย่างไรก็ตาม หน้าตาของซูชิในปัจจุบันที่เอาเนื้อสัตว์โปะบนข้าว เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 19 โดยชายที่ชื่อ Hanaya Yohei เขาได้ไอเดียใหม่โดยไม่เอาปลาห่อข้าวอีกต่อไป แต่เริ่มวางปลาสด ๆ ไว้บนข้าวที่ปั้นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมพื้นผ้า เรียกว่า ‘nigiri sushi’ หรือ ‘edomae sushi’ และกลายเป็นซูชิแบบปัจจุบันที่เราเห็นกันทุกวันนี้
#จานโปรด#ซูชิ#อาหารญี่ปุ่น
อ้างอิง:
https://www.pbs.org/…/the-history…/history-of-sushi/
https://thoongtongtour.com/…/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8…/

