ต้นการบูร (Camphor tree)
เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยมีการกระจายพันธุ์มายังแถบเมดิเตอร์เรเนียน อินโดนีเซีย อินเดีย อียิปต์ แอฟริกาใต้ จาไมกา บราซิล สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย
.
จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นทรงพุ่มกว้างและทึบ มีความสูงของต้นได้ถึง 30 เมตร
เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล ผิวหยาบ ส่วนเปลือกกิ่งเป็นสีเขียวหรือเป็นสีน้ำตาลอ่อน ลำต้นและกิ่งเรียบ เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลปนแดง เมื่อนำมากลั่นแล้วจะได้ “การบูร” ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะรากและโคนต้น ![]()
.
คำว่า “การบูร” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “Karapur” หรือ “กรปูร” ซึ่งแปลว่า “หินปูน” เพราะโบราณเข้าใจว่าผนึกนี้เป็นพวกหินปูนที่มีกลิ่นหอม ต่อมาชื่อนี้เพี้ยนเป็น “กรบูร” และเป็น “การบูร” ในปัจจุบัน ในข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ต้นการบูรถูกเรียกว่า สมุนไพรการบูร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า การะบูน การบูร (ภาคกลาง), อบเชยญวน (ไทย), พรมเส็ง (เงี้ยว), เจียโล่ (จีนแต้จิ๋ว), จางมู่ จางหน่าว (จีนกลาง) เป็นต้น
.
เกล็ดการบูร คือ ผลึกสีขาวที่แทรกอยู่ในเนื้อไม้ของต้นการบูร ซึ่งพบได้ทั่วไปทั้งต้น โดยมักจะอยู่ตามรอยแตกของเนื้อไม้ และมีมากที่สุดในแก่นของราก รองลงมาคือส่วนแก่นของต้น ซึ่งส่วนที่อยู่ใกล้กับโคนต้นจะมีการบูรมากกว่าส่วนอื่น ทั้งนี้ สามารถนำลำต้น ราก ใบ มากลั่นหรือสกัดจนได้ผลึกสีขาวดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย
.
การบูร ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรไทยในตำรับยาหอมต่าง ๆ
เช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมทิพโอสถ ยาประสะไพล ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู ยามันทธาตุ ยาไฟประลัยกัลป์ ยาประสะเจตพังคี ยาธรณีสัณฑะฆาต ยาธาตุอบเชย รวมถึงการทำน้ำมันไพล ลูกประคบ และพิมเสนน้ำ
ประโยชน์ทางการแพทย์ของการบูร
แก้ปวด แก้เคล็ดบวม ขัดยอก แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเส้นประสาท
เป็นยาบำรุงหัวใจและช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
แก้พิษแมลงต่อย รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง ช่วยสมานแผล แก้รอยผิวแตกในฤดูหนาว
แก้ไข้หวัด ขับลม ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ
ฆ่าเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย แก้ปวดท้อง ท้องร่วง ขับน้ำเหลือง แก้เลือดลม
บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ![]()
.
การบูร จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สมุนไพรไทยที่มีกลิ่นหอมสดชื่น แต่ยังมีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในการบำบัดสุขภาพ และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย ลองใช้การบูรในชีวิตประจำวันกันดูนะคะ แล้วคุณจะหลงรักสมุนไพรไทยนี้ !

