คราวพระธาตุพนมล้มครืน พระธาตุพนมกับศรัทธาที่ยังตั้งตระหง่าน

“…สุดแสนเสียดายองค์พระธาตุพนม

ก่อนนี้เคยกราบก้มกลับมาถล่มจมพสุธา…”

-จากเพลง “อาลัยพระธาตุพนม” ของ เทพพร เพชรอุบล

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งวันครบรอบปีของเหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งในอีสานที่โด่งดังมากในอดีต อย่าง “พระธาตุพนมล้ม” ซึ่งในปีนี้เป็นงานครบรอบปีที่ 51 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวก็นับว่าได้สร้างความสนอกสนใจทางวัฒนธรรม และความอาลัยของพุทธศาสนิกชนฝั่งโขงด้วย

.

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2518 นับว่าเป็นปีที่มีภัยธรรมชาติหลายประการ ตั้งแต่แผ่นดินไหวเดือนกุมภาพันธ์ที่จังหวัดตาก เรื่อยมาจนถึงมรสุมในฤดูฝน จากคำบอกเล่าส่วนใหญ่ระบุว่าองค์พระธาตุพนมนั้นร้าวก่อนมาตั้งแต่ต้นปี บ้างก็ว่าพระธาตุพนมเอียงไปจากแนวเดิมด้วย ก่อนที่ฝนห่าใหญ่ที่ถาโถมเกือบทุกวันและลมที่พัดแรงต่อเนื่องจะค่อย ๆ พัดเอาพระธาตุพนมให้ล้มลงในช่วงหัวค่ำของวันที่ 11 สิงหาคมนั้นเอง

.

การล้มของพระธาตุพนมนั้นเล่าว่ามูลเหตุสำคัญเกิดจากเรือนพระธาตุเองที่อาจเกิดจากความผิดพลาดทางวิศวกรรมในช่วงต่อเติมพระธาตุในปี 2483-2484 ซึ่งต่อเติมยอดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กในขณะที่เรือนพระธาตุไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรงมากเท่าที่ควร เมื่อเจอกับสภาพอากาศและฝนที่ตกหนัก จึงทำให้เรือนพระธาตุไม่สามารถรับน้ำหนักได้และหักออก ล้มฟาดไปทางทิศตะวันออก ทับหอพระ ศาลาการเปรียญ และพระวิหารหอพระแก้วที่อยู่รายรอบเสียหายอย่างหนัก

.

อย่างไรก็ดี การพังครืนของพระธาตุพนมก็นำมาสู่การค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญนั่นก็คือพระอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นพระธาตุที่ในตำนานเล่าว่าถูกนำมาประดิษฐานอยู่ที่ดอยกัปปนคีรี หรือภูกำพร้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมนั่นเอง นอกจากนี้ยังพบโบราณวัตถุที่น่าจะถูกสร้างอุทิศถวายให้กับพระธาตุพนมในอดีต ตลอดจนพบร่องรอยของพระธาตุพนมองค์เดิมก่อนที่จะถูกสร้างทับขึ้นมาใหม่ด้วย

.

ความเสียหายดังกล่าวได้สร้างความอาลัยต่อผู้คนในพื้นที่ที่มองพระธาตุพนมในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน แต่ทั้งนี้ความอาลัยดังกล่าวก็ได้แฝงไปด้วยความศรัทธาที่จะสร้างพระธาตุพนมให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เกิดการบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสร้างองค์พระธาตุพนมขึ้นมาใหม่โดยมีทางรัฐบาลร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้าง โดยอิงจากลักษณะเดิมจนสำเร็จในปี 2522 พร้อมกับมีพระราชพิธียกฉัตรโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธี สิริรวมเวลาการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งสิ้น 4 ปี

.

การล้มของพระธาตุพนม แม้ว่าจะเป็นการเสื่อมสลายของโบราณสถานจากปัจจัยทั้งทางธรรมชาติและทางการก่อสร้าง แต่ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาทั้งของคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่ที่มีต่อพระธาตุพนม ศรัทธาของผู้คนไม่ได้พังครืนไปกับพระธาตุแต่แรงกล้าพอที่จะร่วมใจกันบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อตั้งพระธาตุพนมขึ้นมาใหม่ให้สถิตถาวรสืบมาจนถึงปัจจุบัน

.

“…จงรวมน้ำใจอันใสสะอาด

ร่วมแรงทุนทรัพย์ปฏิสังขรณ์

สร้างสรรค์พระธาตุให้ผงาดเหมือนก่อน

คู่บ้านเมืองนอนเถิดพี่ป้าน้าอา…”

-จากเพลง “อาลัยพระธาตุพนม” ของ เทพพร เพชรอุบล

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank