พูดถึงชื่อ “เกาเหลา” ในความทรงจำของคนไทยเราก็คงจะนึกถึงอาหารประเภทหนึ่งที่มีซุปกับเนื้อ ไม่มีเส้น เอามากินกับข้าวบ้าง ซึ่งก็มีข้อมูลสันนิษฐานว่าเกาเหลาของไทยน่าจะมีที่มาจากชื่อ “เกาโหลว” ที่หมายถึงตึกระฟ้า
แต่นอกเหนือจากคำนั้นแล้ว ก็ยังมีอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจ แม้ว่าอาจจะไม่ได้หน้าตาเหมือนเกาเหลาบ้านเราก็ตามที แต่ก็เป็นอาหารที่ออกเสียงชื่อใกล้ ๆ กันกับชื่อเกาเหลาอย่าง “กาวเหลิ่ว”
.
“กาวเหลิ่ว” เป็นอาหารเวียดนามประเภทเส้น ที่เรียกได้ว่าตรงกันข้ามกับเกาเหลาไทยแม้ว่าชื่อจะออกเสียงคล้ายกันก็ตาม โดยเป็นอาหารที่มีเส้น แต่มีน้ำพอขลุกขลิก ผิดกับเกาเหลาไทยที่ไม่มีเส้น แต่น้ำเยอะ โดยกาวเหลิ่วที่มีชื่อเสียงจะอยู่ที่จังหวัดดานังและเมืองฮอยอันจังหวัดกว๋างนาม
.
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่ากาวเหลิ่วนี้ เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งพ่อค้าจีนและพ่อค้าญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งเดินทางมายังฮอยอันซึ่งเป็นเมืองท่าโบราณโดยตรง โดยกาวเหลิ่วประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลายอย่าง
.
เส้นของกาวเหลิ่วมีลักษณะเป็นเส้นสีเหลือง โดยเส้นนี้จะมีการนำไปแช่น้ำด่างด้วย ทำให้เส้นมีความเด้งและเหนียว โดยสีเหลืองของเส้นมาจากแป้งที่ผสมกับขี้เถ้าของพืชท้องถิ่น ตลอดจนเล่าว่าน้ำที่ใช้แช่และต้มเส้นต้องมาจากบ่อบ๊าเหลซึ่งเป็นบ่อน้ำโบราณในฮอยอันทำให้อาหารชนิดนี้พบแพร่หลายเฉพาะในฮอยอัน
.
สำหรับที่มาของชื่อกาวเหลิ่วนี้ ก็พบว่ามันมีที่มาเดียวกับชื่อเกาเหลาของฝั่งไทย คือมาจากเกาโหลวที่หมายถึงตึกระฟ้าหรือตึกสูง โดยเล่าว่ากาวเหลิ่วนี้ก็เป็นอาหารหรูที่เสิร์ฟในอาคารชั้นบนของร้าน (เมืองโบราณฮอยอันมีความสูงของตึกอย่างมากประมาณ 3 ชั้น) ซึ่งก็กลายเป็นสาเหตุว่าทำไมชื่อของทั้งสองอย่างนี้ถึงออกเสียงใกล้กัน ทั้ง ๆ ที่หน้าตาแตกต่างกันมาก

