“ไก่พะแนงแกงเผ็ดกับเป็ดหั่น
ห่อหมกมันจันลอนสุกรหัน
ทั้งแกงส้มต้มขิงทุกสิ่งอัน
กุ้งทอดมันม้าอ้วนแกงบวนเนื้อ”
-พระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีทำศพท้าวสุทัศน์
รายการอาหารที่ถูกเรียงร้อยเป็นบทกลอนข้างต้น บอกเล่าถึงสำรับอาหารที่ถูกจัดเป็นเครื่องเสวยโดยสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา ถวายให้แก่หัสไชย ในเนื้อหานี้ก็มีการกล่าวถึงอาหารหลายอย่างที่ทำให้เราสามารถอนุมานว่าในสมัยนั้นก็มีกินกันแล้ว ซึ่งในหมู่อาหารเหล่านั้นก็มีชื่อหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือชื่อของ “แกงบวน”
แม้ว่าเนื้อหาข้างต้นจะพูดถึงแกงบวนเนื้อ แต่ทั้งนี้แกงบวนที่พบได้มากในปัจจุบัน นิยมเป็นแกงบวนหมู ซึ่งแกงบวนเป็นแกงที่ประกอบขึ้นจากเครื่องใน เป็นแกงโบราณที่ตำเครื่องแกงละลายน้ำต้มจนเดือดแล้วใส่หมูกับเครื่องในหมูลงไป ปรุงรสให้หวาน ๆ เค็ม ๆ แกงนี้เป็นแกงที่มีวิธีการและเครื่องแกงหลายอย่าง ประกอบกับเนื้อหมูที่ใช้เครื่องในและชิ้นส่วนหลาย ๆ ส่วนในระดับที่ต้องล้มหมูเพื่อทำกิน ทำให้แกงบวนไม่น่าจะเป็นแกงที่ทำกินกันโดยทั่วไป
ความเป็นมาของชื่อ “บวน” นี้ มีที่มากล่าวถึงหลายแหล่ง โดยในบทความเรื่อง “ ‘แกงบวน’ แกงโบราณหากินยาก สะท้อนความหลากหลายของวัตถุดิบแสนอร่อย” ของ “กฤช เหลือละมัย” กล่าวถึงข้อมูลบางส่วนว่าในคนทางอีสานใต้ มองคำว่าบวน ในบริบทของภาษาเขมรที่แปลว่า 4 อันหมายถึง เครื่องในหมู 4 อย่างที่ใส่ในแกง แต่ในขณะเดียวกัน แกงบวนในสำรับเมืองเพชร ให้ความหมายของคำว่าบวน หมายถึงการเอาของต่าง ๆ มาแกงรวมกัน ซึ่งจะขยายไปถึงเรื่องของความเป็นมาเกี่ยวกับ “แกงสมรม”
อย่างไรก็ดี จากเนื้อหาดังกล่าวที่แสดงให้เห็นถึงการแพร่กระจายของแกงบวนทั้งในอีสานใต้ ภาคตะวันออก และในเมืองเพชรที่ก็เรียกได้ว่าไกลกันอยู่ไม่น้อย อาจชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ของแกงชนิดนี้ที่กระจายไปทั่ว ไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่เล็ก ๆ ในถิ่นใดถิ่นหนึ่งด้วย

