หากพูดถึงงานผ้าพื้นถิ่นที่ทั้งเท่ มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรม “เสื้อแส่ว” ของบ้านทุ่งไชย จังหวัดศรีสะเกษ คือหนึ่งในงานหัตถกรรมที่น่าจับตามองที่สุด
.
มรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมานับร้อยปีจากกลุ่มชาติพันธุ์กูยหรือส่วย ซึ่งปัจจุบันถูกพัฒนาให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
.
คำว่า “แส่ว” ในภาษากูย หมายถึง “การสอย” หรือ “การถักลาย” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเสื้อชนิดนี้ โดยชาวบ้านจะเริ่มจากการทอผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายด้วยลายลูกแก้ว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ผ้าเหยียบ” ก่อนนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อแขนยาวด้วยมืออย่างประณีต
.
ความพิเศษของเสื้อแส่วอยู่ที่ “สีดำ” อันเป็นเอกลักษณ์ เพราะใช้การย้อมจากผลมะเกลือธรรมชาติ ไม่ใช่สีเคมี ย้อมซ้ำจนได้สีดำสนิท จากนั้นนำไปคลุกโคลน ล้างให้สะอาด แล้วนึ่งด้วยไอน้ำและอบสมุนไพร ทำให้เนื้อผ้านุ่ม หนา มันวาว และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นเสน่ห์ที่เสื้อทั่วไปเลียนแบบได้ยาก
.
หลังผ่านขั้นตอนย้อม ช่างจะเริ่ม “แส่ว” หรือปักถักลวดลายด้วยไหมควั่นหลากสี ทั้งแดง เหลือง ขาว และเขียว โดยปักบริเวณคอเสื้อ สาบ แขน และชายเสื้อ เดิมนิยมลายไขว้แบบโบราณ แต่ปัจจุบันมีการสร้างสรรค์ลายดอกไม้และลายประยุกต์มากขึ้น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของผู้สวมใส่
.
ในอดีต เสื้อแส่วยังสะท้อนฐานะของผู้สวมใส่ เพราะนิยมใช้ “เงินก้อน” มาผูกแทนกระดุม ยิ่งมีลวดลายละเอียดและเครื่องประดับมาก ก็ยิ่งแสดงถึงฝีมือและฐานะของเจ้าของเสื้อ
.
ปัจจุบัน กลุ่มผลิตเสื้อแส่วบ้านทุ่งไชยได้ต่อยอดภูมิปัญญาเดิมด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การพัฒนาสูตรย้อมมะเกลือให้ดำเร็วและติดทนนานขึ้น รวมถึงนำเทคนิคบาติกเข้ามาผสมผสาน จนเกิดเป็นผ้ามัดย้อมลายลูกแก้วที่สวยสะดุดตา และสามารถต่อยอดเป็นสินค้าแฟชั่นได้หลากหลาย ทั้งกระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบ และเสื้อผ้าร่วมสมัย
.
เสื้อแส่ว นอกจากจะเป็นเครื่องแต่งกายพื้นบ้านแล้ว ยังเป็นงานหัตถศิลป์ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมพิสูจน์ว่างานคราฟต์ไทยยังสามารถก้าวไปพร้อมโลกสมัยใหม่ได้อย่างสง่างาม

