“งามลือเลื่องดอยบุษราคัม” ข้อความสั้น ๆ ในคำขวัญจังหวัดพะเยานี้ ได้บอกเล่าถึงภูเขาที่สำคัญลูกหนึ่งของจังหวัดพะเยาว่ามีความงามในระดับที่ผู้คนเลื่องลือไปทั่ว แต่ก็น่าแปลกใจนักที่คนต่างภาคแทบจะไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ในฐานะของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเลย
ดอยบุษราคัม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกว๊านพะเยา ห่างจากตัวเมืองราว 20 กิโลเมตร ซึ่งจุดเด่นของดอยแห่งนี้ในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ความงามของดอย กลับกันถ้าเราค้นหาเกี่ยวกับดอยนี้ จะพบว่าข้อมูลส่วนใหญ่ล้วนแต่กล่าวถึง “วัดอนาลโยทิพยาราม” ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยกันมากกว่า
จุดเริ่มต้นของวัดแห่งนี้ เล่าว่าเกิดขึ้นมาจากนิมิตของพระอาจารย์ไพบูลย์ สุมังคโล ที่มีนิมิตเห็นทรายทองไหลพรั่งพรูลงมาอาบวัดที่ท่านจำพรรษาอยู่ เมื่อมองตามทรายสีทองนี้ไปหาต้นสายปลายเหตุ ก็พบว่ามันมาจากดอยบุษราคัมแห่งนี้ ก่อนที่ต่อมาจะมีชาวบ้านมาอาราธนาพระอาจารย์ไพบูลย์มาสร้างสถานปฏิบัติธรรม ณ ดอยแห่งนี้ ก่อนที่จะเติบโตจนกลายเป็นวัดในปัจจุบัน
สถานปฏิบัติธรรมเริ่มสร้างในปี 2525 และในปี 2527 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาได้เสด็จพระราชดำเนินมายังดอยบุษราคัม ทรงมีพระปฏิสันธารกับพระอาจารย์ไพบูลย์ และมีพระราชดำริแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำบนดอย เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำแม่ต๋อม และอ่างเก็บน้ำห้วยทับช้าง อันเป็นประโยชน์แก่ทั้งวัดและประชาชนโดยรอบด้วย
ภายในบริเวณวัดซึ่งกินพื้นที่ถึง 2,800 ไร่ เต็มไปด้วยงานพุทธศิลป์ที่หลากหลายยุคสมัยและหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่พระพุทธรูปปางต่างๆ ในศิลปะสุโขทัย พระพุทธไสยาสน์ และพระพุทธรูปปางนาคปรก ไปจนถึงรัตนเจดีย์แบบอินเดียพุทธคยา เก๋งจีนประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม และหอพระแก้วมรกตจำลอง ยอดเขาตรีเพชรยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ สูง 25 เมตร หนักกว่า 254 ตัน อันเป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล
นอกจากความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว สิ่งที่ดึงดูดผู้มาเยือนไม่แพ้กันคือทัศนียภาพจากยอดดอย ที่มองลงมาเห็นกว๊านพะเยาและเมืองพะเยาในมุมที่สวยงามและหาชมได้ยากด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของการท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดเมืองรองอย่างพะเยาที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยแวะมา






