“ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ”
.
ข้าวหุง ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ของข้าวอย่างหนึ่ง ที่มีการปรุงอย่างเทศหรืออย่างคนต่างแดนเอาไว้ด้วย ชื่อ ข้าวหุง คนในปัจจุบันอาจจะนึกไม่ออก แต่ถ้าพูดถึงชื่อของ “ข้าวหมก” แล้วล่ะก็ หลาย ๆ คนคงจะร้องอ๋อออกมาทันที
.
ข้าวหมกในบริบทของข้าวหุงในบทประพันธ์ดังกล่าว มีความเป็นไปได้ว่าหมายถึงข้าวหมกที่เป็น “ข้าวบุหรี่” ซึ่งข้าวบุหรี่นี้เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในฐานะอิทธิพลเปอร์เซียที่เข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมไทยอย่างยาว ๆ และอาจจะมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งในไทยคงจะมีการบริโภคอย่างแพร่หลายในหมู่ “แขกเทศ” อย่างชุมชนเจ้าเซ็นและชุมชนแขกอื่น ๆ และนิยมจนกลายเป็นสำรับเสวยดังที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 ได้ทรงพรรณนาเอาไว้ผ่านบทกวี
.
ชื่อของข้าวบุหรี่ มีที่มาจากชื่อ “บริยานี” ซึ่งเจ้าบริยานีนี้ก็เป็นประเด็นทางวัฒนธรรมเหมือนกันว่าใครกันที่เป็นต้นกำเนิด เปอร์เซียเป็นคนนำมาให้อินเดีย หรืออินเดียเป็นคนส่งออกให้เปอร์เซีย ก็ยากที่จะสรุปกันได้แน่ชัด โดยข้าวบุหรี่ เป็นข้าวหมกที่มีการใช้เครื่องเทศมากมาย อย่าง กระวานเทศหรือที่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานเรียกว่าลูกเอ็น หญ้าฝรั่น กานพลู อบเชย เนยฝรั่ง ลูกผักชี พริกไทย ยี่หร่า เป็นต้น เม็ดข้าวเรียวยาวอย่างข้าวบัสมาตี รสชาติแตกต่างไปจากข้าวหมกสีเหลืองที่เราพบเห็นในปัจจุบัน
.
ความนิยมของข้าวบุหรี่ได้เดินทางอยู่ในสังคมไทยเรื่อยมา โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 เองก็มีบันทึกเอาไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดข้าวบุหรี่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าวบุหรี่ตำรับของสายสกุลบุนนาคที่เหล่าเจ้าจอมก๊กออเป็นผู้นำเข้ามาในราชสำนักของพระองค์

