หากพูดถึงสัตว์ในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของเอเชีย หลายคนคงนึกถึง “ช้างเอราวัณ” ช้างพาหนะคู่กายของ พระอินทร์ เทพผู้เป็นจอมแห่งเทวดา
.
ตามตำนานและคัมภีร์โบราณกล่าวไว้ว่า ช้างเอราวัณเป็น ช้างเผือกขนาดมหึมา ผิวกายขาวผ่องดุจเมฆ และมีลักษณะเหนือจินตนาการ โดยในวรรณคดีไทยอย่าง ไตรภูมิพระร่วง ได้พรรณนาถึงความยิ่งใหญ่ของช้างเอราวัณไว้ว่า “ช้างเชือกนี้มี 33 เศียร แต่ละเศียรมี 7 งา งาแต่ละกิ่งยาวถึง 4,000,000 วา”
.
ความมหัศจรรย์ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น บนงาแต่ละกิ่งยังมี สระโบกขรณี 7 สระ ในแต่ละสระมี ดอกบัว 7 ดอก บัวแต่ละดอกมี 7 กลีบ และในแต่ละกลีบมี เทพธิดา 7 องค์ เทพธิดาแต่ละองค์ยังมีบริวารอีก 7 นาง จึงถือเป็นช้างสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่เหนือสัตว์ทั้งปวง และถูกยกย่องว่าเป็นเจ้าแห่งช้างในจักรวาล
.
ในภาษาสันสกฤต ช้างเอราวัณมีชื่อว่า “ไอราวต” หรือ “ไอราวณ” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับ ก้อนเมฆ ฟ้าแลบ และฝน ตำนานจึงเชื่อว่า เมื่อพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเสด็จไปบนสวรรค์
ช้างเอราวัณจะ ดูดน้ำจากโลกมนุษย์ขึ้นไปบนฟ้า แล้วพระอินทร์จึงบันดาลให้ ฝนตกลงมายังโลก ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
.
ในคัมภีร์ของศาสนาฮินดู เช่น วิษณุปุราณะ ยังเล่าว่า ช้างเอราวัณถือกำเนิดขึ้นจากเหตุการณ์ กวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สิ่งวิเศษมากมายปรากฏขึ้นบนโลก และพระอินทร์ก็ได้รับช้างเอราวัณมาเป็นพาหนะคู่กาย
.
ขณะเดียวกัน ในมหากาพย์อินเดียเรื่อง มหาภารตะ ก็กล่าวถึงช้างไอราวตะว่าเป็น ช้างเผือกขนาดใหญ่ มี 4 งา และมี 3 งวง ด้วยบทบาทสำคัญเหล่านี้ ช้างเอราวัณจึงกลายเป็น สัญลักษณ์ของความดี ความยิ่งใหญ่ และความอุดมสมบูรณ์
.
แต่ถ้าใครเคยเห็นงานศิลปกรรมไทย หรือเคยไปที่ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดสมุทรปราการ
ก็คงจะสังเกตว่า รูปปั้นช้างเอราวัณที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้น กลับมีเพียง 3 เศียร เท่านั้น ทั้งที่ในตำนานบอกว่า ช้างเอราวัณมีถึง 33 เศียร
.
เหตุผลสำคัญคือ การลดรูปทางศิลปกรรม ตามคำอธิบายของพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณในบทความ “มหัศจรรย์แห่งเอเชีย สรวงสวรรค์แห่งองค์อินทร์” ระบุว่า ศิลปินได้ ลดจำนวนเศียรจาก 33 เหลือ 3 เพื่อให้รูปทรงมี สัดส่วนที่สมดุล งดงาม และเหมาะกับการสร้างจริง
.
การทำช้าง 33 เศียรในขนาดใหญ่จะทำให้รูปทรงซับซ้อนเกินไป จึงเลือกใช้ 3 เศียรเป็นสัญลักษณ์แทน แต่ยังคงสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของช้างสวรรค์ตามตำนานได้ ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือ รูปปั้นช้างเอราวัณขนาดมหึมาในสมุทรปราการ ซึ่งถือว่าเป็น ช้างเอราวัณที่ใหญ่ที่สุดในโลก
.
ตัวช้างทำจาก โลหะทองแดงทั้งตัว และใช้เทคนิค การเคาะขึ้นรูปด้วยมือ ส่วนหัวมีน้ำหนักถึง 100 ตัน ลำตัวหนักประมาณ 150 ตัน ความสูงจากหัวช้างลงมายังฐานสูงประมาณ 43.60 เมตร หรือราว ตึก 14–17 ชั้น ทำให้ผู้ที่ได้เห็นต่างรู้สึกถึง ความยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม และศักดิ์สิทธิ์
.
ดังนั้น แม้ในตำนานช้างเอราวัณจะมีถึง 33 เศียร แต่ในงานศิลปกรรมไทยที่เราเห็นกันทั่วไป จึงถูกย่อให้เหลือเพียง 3 เศียร เพื่อให้เกิดความงดงาม สมดุล และเหมาะสมกับการสร้างในโลกแห่งความจริง และนั่นก็คือเหตุผลที่ ช้างเอราวัณสามเศียร กลายเป็นภาพจำของศิลปะไทยมาจนถึงทุกวันนี้

