เฉลียว อยู่วิทยา จากพ่อค้าผลไม้สู่ราชาแห่งเครื่องดื่มชูกำลัง

การทำงานหนัก บ่อยครั้งก็ชวนให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะทำไหว นั่นเองที่ทำให้มนุษย์เรารู้จักที่จะดื่มหรือกินอะไรบางอย่างเพื่อให้ตื่นตัวมีแรงทำสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ชา กาแฟ โกโก้ ไปจนถึงเครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ ซึ่งคนไทยเรารู้จักดื่มเครื่องดื่มชูกำลังกันเป็นครั้งแรกในปี 2520 จากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังจากญี่ปุ่นอย่าง ลิโพวีตันดี ก่อนที่ไม่กี่ปีต่อมาไทยเราจะมียี่ห้อเครื่องดื่มชูกำลังเป็นของตัวเองที่สามารถเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดได้

ปฐมบทของหนึ่งในเครื่องดื่มชูกำลังสัญชาติไทยเกิดขึ้นมาผ่านการริเริ่มของนักธุรกิจเชื้อสายจีนผู้หนึ่งที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร ระหกระเหินเดินทางจากบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด ตามกระแสเศรษฐกิจและสังคมยุคหลังสงครามโลกเข้ามาประกอบอาชีพเพื่อแสวงโชคในเมืองหลวง จนประสบความสำเร็จและมีธุรกิจเป็นของตนเองได้ นักธุรกิจผู้นั้นก็คือ “เฉลียว อยู่วิทยา” ผู้ให้กำเนิด “กระทิงแดง” เครื่องดื่มชูกำลังสัญชาติไทยที่โด่งดังไกลไปทั่วโลก

 โกเหลียว

เฉลียว อยู่วิทยา หรือที่เพื่อนฝูงและคนในครอบครัวเรียกเขาว่า “โกเหลียว” เกิดมาในครอบครัวลูกจีนไหหลำ ซึ่งประวัติที่เขียนตามอินเทอร์เน็ตนั้นเขียนว่าเกิดที่พิจิตร หรือไม่ก็เกิดที่ราชบุรีแต่ไปเติบโตที่จังหวัดพิจิตร แต่ทั้งนี้ในข้อมูลจากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายเฉลียว อยู่วิทยา ระบุเพียงว่าบิดาและมารดาของเฉลียวได้พบรักกันที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ด้วยสถานะทางการเงินของที่บ้านซึ่งไม่สู้ดีนัก ทุกครั้งที่เลิกเรียน เด็กชายเฉลียวก็ต้องกลับมาช่วยที่บ้านทั้งเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ ตลอดจนทำงานรับจ้างสารพัด กระทั่งพี่ชายคนโตซึ่งได้เดินทางไปทำมาหากินและมีครอบครัวอยู่ที่พิจิตรได้พาครอบครัวรวมทั้งเฉลียวผู้เป็นน้องชายไปตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ที่พิจิตรด้วย ซึ่งในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพฯ ได้ระบุว่า “นี่เองที่เป็นต้นเหตุของการเป็นคนพิจิตร”

ที่พิจิตร เด็กชายเฉลียวได้เข้าศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาศัยข้าววัดกิน และช่วยเหลืองานที่บ้าน อย่างไรก็ดี ด้วยสถานะทางการเงินที่ไม่ได้ดีมากนัก จึงจำต้องออกจากโรงเรียนและตามพี่ชายเข้ามายังกรุงเทพ และช่วยเหลือพี่ซึ่งประกอบอาชีพขายยาอย่างสุดความสามารถจนมีประสบการณ์มากมายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต

 จากคนขายผลไม้ สู่พ่อค้าห้างยา

จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร THE EXECUTIVE คุณเฉลียวได้เล่าถึงประสบการณ์การค้าของตนซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็เต็มไปด้วยความล้มเหลวมากมายจากความอ่อนประสบการณ์ในขณะนั้น ทั้งการลงทุนซื้อผลไม้เข้ามาขายในกรุงเทพแต่ขาดทุนหมดเพราะเละขายไม่ได้ ไปจนถึงประสบการณ์ที่เคยทำงานเรือโยงให้กับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

การที่ผ่านงานมาหลากหลายทั้งได้กำไรและขาดทุนล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมในตัวของคุณเฉลียว ครั้นเมื่อมาประกอบอาชีพค้าขายยากับพี่ชายก็ยิ่งเพิ่มพูนประสบการณ์มากขึ้นไปอีก และได้ออกมาสมัครงานเป็นตัวแทนขายยาของบริษัทต่าง ๆ สั่งสมประสบการณ์เพิ่มเติมหลายปี จนตัดสินใจที่จะออกมาเปิดบริษัทยาของตัวเองในชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทีซี ฟาร์มาซูติคอล ในปี 2499

แต่เดิมทีซี ฟาร์มาซูติคอล เน้นไปที่การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่จะเริ่มผลิตยาเป็นของตนเองขึ้นมา จากบริษัทในย่านถนนรามบุตรี–ข้าวสาร ก็ขยายมาเปิดที่ตรอกสาเกในชื่อบริษัททีซีมัยซิน จำกัด ซึ่งผลิตยาปฏิชีวนะชนิดเม็ดแคปซูล ทีซี-มัยซิน ซึ่งโด่งดังในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 26 ซึ่งเล่ากันว่าเป็นยาที่เกิดขึ้นจากเลือดรักชาติที่คุณเฉลียวคิดทำขึ้นมาหลังจากเห็นว่าเมืองไทยเราไม่มียาปฏิชีวนะเป็นของตนเองต้องสั่งซื้อจากเมืองนอกเรื่อยมา จึงคิดผลิตยาปฏิชีวนะที่ดีไม่แพ้ของนอกขึ้นมาซะเลย

หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาในเครือบริษัททีซี ฟาร์มาซูติคอลประสบความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นมาจากประสบการณ์การค้าและการตลาดของคุณเฉลียวเอง ซึ่งได้ทำการตลาดอย่างหนักหน่วง มีการโฆษณามากมายตั้งแต่โรงหนัง หนังกลางแปลง หนังขายยา วิทยุ ไปจนถึงป้ายบนรถแท็กซี่ อีกทั้งยังมีกลยุทธ์ทางการตลาดสำคัญอย่างการแจกสินค้าทดลอง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทีซี ฟาร์มาซูติคอลเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ทำ

 กระทิงแดง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณเฉลียวได้กลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ไม่ได้อยู่ที่ยาเท่านั้น ซึ่งนอกเหนือจากยาแล้ว มันก็ได้ทำให้คุณเฉลียวคิดที่จะทำ “เครื่องดื่มชูกำลัง” ขึ้นมาเพื่อชนกับยักษ์ใหญ่อย่างโอสถสภาที่นำเข้าเครื่องดื่มชูกำลัง “ลิโพวีตันดี” จากญี่ปุ่นมาผูกขาดตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

คุณเฉลียวได้ริเริ่มคิดผลิตภัณฑ์ตลอดจนออกแบบเครื่องหมายการค้าเองออกมาเป็นภาพของ “กระทิงสองตัวขวิดกันในวงกลม” โดยอธิบายความหมายของโลโก้ง่าย ๆ ว่า “กระทิงหมายถึงความแข็งแกร่ง และวงกลมหมายถึงโลก” พร้อมกับคิดชื่อง่าย ๆ ขึ้นมาว่า “กระทิงแดง” ซึ่งเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำ จากนั้นจึงเริ่มทำผลิตภัณฑ์ทดลอง ออกแจกจ่ายให้ผู้คนได้ชิมพร้อมรับฟังความเห็นจากผู้บริโภค

การปรับปรุงสูตรของกระทิงแดงเกิดขึ้นจากการสำรวจและเก็บข้อมูล ซึ่งพบว่าเครื่องดื่มชูกำลังแบบเดิมของญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดนั้นมีรสชาติที่ละมุน เป็นของเมืองนอกที่คนระดับบน ๆ นิยมกัน จึงได้มีการปรับให้รสชาติจัดขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มชนชั้นกรรมาชีพ และกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มแรงงานใหม่ที่อพยพมาจากภูมิภาคอื่น ๆ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร จนได้เป็นเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงที่เป็นที่ถูกใจของคนใช้แรงงานเรื่อยมา พร้อมกับแคมเปญทางการตลาดมากมายทั้งลดแลกแจกแถม ไปจนถึงสะสมฝาแลกของ เป็นต้น

พอกระทิงแดงโด่งดังขึ้นมา ผลิตภัณฑ์นี้ก็เริ่มแพร่หลายและมีการลงทุนจากต่างชาติ ดังเช่นดีทริช เมเทสซิทซ์ ที่ได้ลองกระทิงแดงแล้วมองเห็นลู่ทางของสินค้านี้ในโลกตะวันตกจึงเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนและคิดค้นสูตร “เรดบูลส์” ขึ้นมาเพื่อขายชาวตะวันตกโดยเฉพาะ ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวและใช้แรงในการเล่นกีฬาด้วย ทำให้กระทิงแดงหรือเรดบูลส์กลายมาเป็นสินค้าที่โด่งดังไกลไปทั่วทั้งตะวันออกและตะวันตกเรื่อยมา

 มรดกที่หลงเหลือของเศรษฐีผู้สมถะ

จากเด็กยากจนกลายมาเป็นมหาเศรษฐี แต่ถึงอย่างนั้นวิถีชีวิตของคุณเฉลียว อยู่วิทยายังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่ได้โก้หรู ซึ่งกล่าวกันว่าคุณเฉลียวเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวและไม่ออกสังคมมากนัก ซึ่งในขณะเดียวกันก็ชวนให้มองว่าคุณเฉลียวเป็นคนที่ถ่อมตนและไม่เห็นว่าความร่ำรวยและประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่น่าไปโอ้อวด บ้างก็เล่าว่าคุณเฉลียวชอบที่จะแต่งตัวธรรมดา ๆ ไม่ได้ใส่เครื่องประดับหรูราคาแพงแต่อย่างใด

กระทิงแดงมีโครงการเพื่อสังคมมากมายเพื่อเป็นการตอบแทนผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่นโครงการกระดานดำ ซึ่งสนับสนุนทุนสำหรับการออกค่ายอาสาพัฒนาของนักศึกษาในประเทศไทย ไปจนถึงโครงการแพทย์อาสาที่ทางบริษัทในเครือได้สนับสนุนยาต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการ ซึ่งในทางการแพทย์นั้นคุณเฉลียวได้บริจาคเอาไว้มาก และได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสมากมายด้วยกัน

นอกเหนือจากการกุศลทางสังคมแล้ว ในแง่ของศาสนาเองคุณเฉลียวก็นับว่าอีกหนึ่งผู้ใจบบุญและบริจาคเพื่อการศาสนาเป็นจำนวนมาก โดยเป็นผู้ศรัทธาและนับถือในสายหลวงตามหาบัว ซึ่งคุณเฉลียวเคยไปปฏิบัติธรรมและทำบุญให้แก่วัดและบริจาคเพื่อการกุศลมากมาย

คุณเฉลียวเสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อปี 2555 ในวัย 88 ปี ซึ่งเป็นงานศพที่ธรรมดาเรียบง่าย ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร ชี้ให้เห็นถึงความสมถะของคุณเฉลียวตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต…
.
#สุดโปรด#บุคคล#นักธุรกิจ#ชีวประวัติ#เฉลียวอยู่วิทยา#กระทิงแดง#RedBulls#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ