ร่องรอยมุสลิมจากอินโดนีเซีย

ใจกลางย่านพหุวัฒนธรรมบนถนนเจริญกรุง

พูดถึงชื่อ “เจริญกรุง” ในความคิดของคนจำนวนไม่น้อยคงจะมีภาพจำที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะจดจำในฐานะถนนสายแรกที่ตัดให้ฝรั่งเดิน ทำให้เป็นย่านที่เต็มไปด้วยฝรั่งและร่องรอยของความเป็นตะวันตก บางคนอาจจะนึกถึงย่านสุดชิคที่วัยรุ่นเดินทางมาเดินเล่น ไม่ต่างจากย่านทรงวาดที่กำลังดังอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนมองย่านเจริญกรุงในฐานะแหล่งวัฒนธรรมที่ไม่ได้มีเพียงแค่ฝรั่งหรือจีน หากแต่ยังมีร่องรอยของมุสลิม ซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ซอกแซกอยู่ในเจริญกรุง โดยเฉพาะในย่านถนนแบรสต์ ใกล้กับสถานทูตฝรั่งเศส ที่มีร่องรอยของมุสลิมอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือชุมชนเล็ก ๆ ข้างสถานทูตฝรั่งเศสนามว่า “ชุมชนมัสยิดฮารูณ”

เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสกลับไปยังมัสยิดฮารูณอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในช่วงปลายปีนี้เป็นช่วงเวลาที่มัสยิดฮารูณมีกิจกรรมรวมน้ำใจ ซึ่งเป็นเหมือนงานออกร้านเล็ก ๆ ของชุมชนให้บุคคลภายนอกได้แวะมาเยี่ยมเยือน ทำบุญ ตลอดจนแวะช็อปชิมของอร่อยประจำย่าน ทั้งซูยี แกงกะหรี่ไก่ ดาจาล ไปจนถึงข้าวหมก อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เราสามารถแวะเข้าไปชมด้านในมัสยิดฮารูณได้ด้วย

มัสยิดฮารูณเป็นหนึ่งในมัสยิดสำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยบุตรของพ่อค้านาม “ฮารูณ บาฟาเดน” หรือโต๊ะฮารูณ ผู้เดินทางจากอินโดนีเซียมาตั้งรกรากอยู่ในบางรัก พร้อมกับก่อสร้างมัสยิดเพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในสุเหร่าต้นสำโรง ชื่อว่ามัสยิดวัดม่วงแค ก่อนที่จะกลายมาเป็นสุเหร่าหลังโรงภาษีที่ถอยร่นเข้ามา หลังจากที่รัฐเวนคืนพื้นที่ริมน้ำเพื่อสร้างศุลกสถาน และได้รับพระราชทานเงินจากพระเจ้าอยู่หัวให้ก่อสร้างมัสยิดใหม่มาทดแทนหลังเดิม ก่อนที่จะได้รับการขนานนามใหม่ว่า “มัสยิดฮารูณ” ตามชื่อของโต๊ะฮารูณ บาฟาเดน ผู้ก่อตั้งมัสยิดแห่งนี้

อาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นสีขาวของมัสยิดฮารูณไม่ปรากฏชัดว่าใครเป็นผู้ออกแบบหรือสร้าง อย่างไรก็ดี จากภายนอกเราจะเห็นความผสมผสานกันระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปะอิสลามเป็นอย่างดี อาทิ เสาขนาบข้างตึกที่มีบัวหัวเสาแบบโรมัน มีคิ้วบัวที่วิจิตรงดงามเป็นพื้นสีแดงประดับด้วยลวดลายปูนปั้นสีขาวเป็นพรรณพฤกษา อีกทั้งหน้าจั่วด้านบนสุดปรากฏดาวและพระจันทร์สีเหลืองบนพื้นหลังสีเขียว ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของศิลปะอิสลาม การตัดกันของสีขาวและสีแดงปรากฏให้เห็นแทบทุกบานหน้าต่างในมัสยิดแห่งนี้

ภายในมัสยิดฮารูณ เราจะพบกับงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินโดนีเซีย โดยมีรูปแบบมาจากเมืองปอนเตียนัก กาลิมันตัน ใช้ตัวอักษรวิจิตรในรูปแบบศิลปะมุซันนา งานแกะสลักบนประตูหน้าตาภายในมัสยิดเป็นคำที่สามารถอ่านได้และมีความหมาย อีกทั้งภายในยังมีตะเกียงซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดที่ได้รับพระราชทานมาหลังสิ้นสุดการพระบรมศพรัชกาลที่ 5

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของมัสยิดฮารูณคือส่วนของกุโบร์หรือสุสาน ซึ่งมีกุโบร์ที่ฝังร่างของนายทหารอาสาชาวมุสลิมที่ได้เดินทางไปรบในสงครามต่าง ๆ ในอดีต เช่น สงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี และสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งร่างของอดีตจุฬาราชมนตรี ต่วน สุวรรณศาสน์ ก็ฝังไว้ที่กุโบร์มัสยิดฮารูณเช่นเดียวกัน การตกแต่งรั้วของกุโบร์นับว่าแตกต่างมาก เพราะมีรูปแบบโคมที่ติดตั้งบนกำแพงเป็นโคมเกาหลี ไม่ใช่งานศิลปะในแบบมุสลิมเลย

มัสยิดฮารูณได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามน่าชมเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ แต่อย่างไรก็ดี มักเป็นสถานที่ที่ผู้คนภายนอกไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบ่อยนัก อาจเป็นเพราะบุคคลภายนอกมองว่าไม่ควรเข้ามารบกวนพื้นที่ของศาสนาอื่นในชุมชนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี มัสยิดฮารูณถือเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างกับคนภายนอกมากพอสมควร ไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาใดก็สามารถมาร่วมเรียนรู้ความแตกต่างและทำความเข้าใจกันได้อย่างไม่ยากนัก

#สุดโปรด#ชุมชน#มุสลิม#มัสยิด#ประวัติศาสตร์#เจริญกรุง#กรุงเทพ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ