นายนกและนายเรือง อนุสรณ์ของลัทธิที่สาบสูญในวัดอรุณฯ

พูดถึงวัดอรุณ ผู้คนจะนึกถึงอยู่ 2 สิ่ง นั่นก็คือพระปรางค์วัดอรุณฯ และยักษ์วัดแจ้ง ถึงแม้ว่าสองสิ่งนี้จะเป็นจุดสนใจที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมในทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นในวัดอรุณฯ ก็ยังคงมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่เต็มไปหมด ยกตัวอย่างก็เช่นประติมากรรมที่ทุกคนเห็นอยู่ด้านล่างนี้

ประติมากรรมบุคคลนั่ง ตั้งอยู่ในศาลาเล็ก ๆ ที่ขนาบข้างซุ้มทางเข้าที่ยักษ์วัดแจ้งยืนอยู่ เป็นอีกหนึ่งจุดที่น้อยคนจะสังเกตเห็น โดยประติมากรรมบุคคลฝั่งละ 1 คนนี้เป็นประติมากรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระลึกและอุทิศให้กับชายสองคนที่มีประวัติไม่ธรรมดา เพราะทั้งสองคนนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงในกรุงรัตนโกสินทร์ในฐานะของ “ผู้ที่พลีชีพเพื่อพระศาสนา”

ประติมากรรมบุคคลในท่านั่งขัดสมาธิมีนามว่า “นายนก” และประติมากรรมบุคคลในท่าพนมมือมีนามว่า “นายเรือง” ทั้งสองคนนี้ถึงแม้ว่าจะเกิดและมีชีวิตอยู่ต่างรัชกาลกัน (นายนกอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 2 นายเรืองเกิดในรัชกาลที่ 1) แต่ก็กระทำการพลีชีพเหมือนกัน โดยในจารึก ระบุเอาไว้ว่าเมื่อปี 2333 นายเรืองได้เสี่ยงทายกับเพื่อนด้วยความเชื่อว่าดอกบัวของใครบานก่อนผู้นั้นคือผู้มีบุญและจะสำเร็จโพธิญาณ ซึ่งของนายเรืองบานก่อน จึงนำมาสู่การที่นายเรืองได้มาเข้าวัดอรุณฯ ทำบุญปฏิบัติธรรม โดยเอาผ้าชุบน้ำมันพันแขนของตนเองแล้วจุดไฟต่างประทีปบูชาพระ กระทั่งในวัดสุดท้ายที่เกิดเหตุ นายเรืองก็ได้เอาผ้าชุบน้ำมันพันทั้งตัวแล้วจุดไฟเผาตัวเองถวายเป็นพุทธบูชาจนตัวตาย

ในส่วนของนายนกนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2360 ซึ่งกระทำการเผาตัวเองอยู่หน้าพระวิหารเก่าไม่ต่างกัน ซึ่งการกระทำของทั้งคู่ถูกมองว่าเป็นบุญใหญ่จึงได้รับการจัดตั้งรูปเหมือนขึ้นเป็นอนุสรณ์ ซึ่งการกระทำที่สุดโต่งแบบนี้เป็นอะไรที่พบเห็นได้ในกลุ่มลัทธิอนาคตวงศ์ ซึ่งเป็นความเชื่อถึงอนาคตพุทธเจ้าและมีความเชื่อว่าการถวายชีวิตเป็นบุญอันใหญ่หลวงซึ่งก็มีเหตุการณ์การถวายชีวิตในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่การเผาตัวเอง ไปจนถึงการตัดศีรษะตนเอง ซึ่งอย่างหลังนี้เคยเกิดเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน

ลัทธิอนาคตวงศ์เป็นลัทธิความเชื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมาลัทธิอนาคตวงศ์ก็เริ่มลดบทบาทและค่อย ๆ จางไป กลายเป็นเพียงแค่ความเชื่อของคนกลุ่มน้อยที่อาจจะสูญหายไปแล้วในปัจจุบัน อนุสรณ์ของนายนกและนายเรืองจึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันครั้งหนึ่งเคยมีลัทธิอนาคตวงศ์อยู่ในสังคมไทยจริง ๆ

#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#กรุงเทพ#วัด#ประวัติศาสตร์#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ