อุทัยธานี เมืองรองที่ผู้คนอาจจะนึกถึงห้วยขาแข้งเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าเมืองอุทัยจะไม่มีที่เที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเลย ซึ่ง “วัด” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของอุทัยที่มีอยู่หลายวัด และแต่ละวัดก็มีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป อย่างเช่นที่ “วัดท่าซุง” แห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มาพร้อมกับสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่ที่อลังการไม่แพ้ที่ไหน
วัดท่าซุง หรือวัดจันทาราม กล่าวกันว่าเป็นวัดโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยมีเรื่องเล่าถึงที่มาของวัดว่าเป็นวัดที่มี้จ่าอาวาสรูปแรกชื่อว่า จันท์ หลวงตาจันท์เป็นทหารในครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งได้ออกไปรบกับเชียงใหม่เมื่อครั้งสงครามขยายพระราชอาณาจักร ครั้นสิ้นสุดสงครามและกลับมาก็หาภรรยาที่เคยรักไม่พบ ทำให้เสียใจและออกบวชเป็นสมภารอยู่ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งชื่อของหลวงตาจันท์ก็ได้กลายมาเป็นที่มีของวัดจันทารามนี่เอง สำหรับชื่อท่าซุงนี้ เกิดจากการที่ในอดีตนั้นบริเวณนี้เป็นจุดขนส่งซุงไม้ที่ลอยน้ำมาจากทางเหนือ
วัดท่าซุงค่อนข้างมีชื่อเสียงจากพระเกจิอาจารย์รูปดังอย่าง พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ซึ่งในช่วงเวลาที่พระราชพรหมยานเป็นเจ้าอาวาสก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงวัดมากมาย มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ หนึ่งในนั้นก็คือในส่วนของวิหารแก้วที่โด่งดัง และเป็นแลนด์มาร์กที่ใครหลายคนอยากมาดู
วิหารแก้ว 100 เมตร มีระบุว่าเป็นมูลค่าก่อสร้างรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยเป็นวิหารที่เกิดขึ้นจากการที่พระราชพรหมยานป่วยหนัก แล้วอธิษฐานในใจว่าอยากจะสร้างพระองค์ใหญ่ ซึ่งต่อมาก็มีผู้มาถวายทรัพย์บริจาคให้ โดยพระพุทธชินราชจำลอง พร้อมทั้งบุษบกที่ตั้งสังขารของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำเอาไว้ด้วย ภายในวิหารประดับประดาไปด้วยกระจกมากมายจนแวววับ ระยิบระยับเหมือนแก้ว ดูอลังการตาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาเห็นสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกด้วยตาตัวเอง วิหารแก้วเปิดให้เข้าชมเพียง 2 รอบต่อวัน คือ รอบแรก: เวลา 09.00-11.30 น.และ รอบสอง: เวลา 14.00-16.00 น.โดยช่วงเวลา 11.30-14.00 น. จะอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะผู้ที่มาเจริญกรรมฐานเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้าชมควรจัดเวลาให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้พลาดความงดงามอันล้ำค่าแห่งนี้
#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#อุทัยธานี#วัดท่าซุง#ท่องเที่ยว#เที่ยวไทย#สายบุญ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

