เวลาเดินทางไปอยุธยาเมื่อก่อน หลาย ๆ ท่านที่เดินทางผ่านไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา อาจจะได้เห็นอาคารสถาปัตยกรรมทรงโมเดิร์นสีขาวหลังหนึ่ง ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานโล่ง ที่มีแท่นป้ายยูเนสโกตั้งอยู่ แถว ๆ จุดตัดระหว่างถนนศรีสรรเพชญ์กับถนนโรจนะ ซึ่งอาคารหลังดังกล่าวนี้ในอดีตเคยเป็นศาลากลางจังหวัดสุดโมเดิร์นที่บอกเล่าเรื่องราวของพระนครศรีอยุธยาเอาไว้ด้วย
อาคารศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังเก่านี้ เป็นอาคารสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคนสำคัญของกรมศิลปากรอย่างพระสาโรชรัตนนิมมานก์ ผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมมากมายทั้งหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์ ไปรษณีย์กลางบางรัก สนามศุภชลาศัย โรงแรมรัตนโกสินทร์ ฯลฯ ตัวอาคารดูเรียบง่าย และสูงตะหง่านในผังรูปตัว T ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2484
จุดเด่นของอาคารหลังนี้ ก็คือในส่วนของงานประติมากรรมที่ติดอยู่บนเสา ซึ่งได้คัดเลือกบูรพกษัตริย์และวีรสตรีแห่งกรุงศรีอยุธยา จำนวน 6 พระองค์มาติดตั้งเอาไว้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ถูกออกแบบให้ทรงถือปราสาทสังข์ ตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สื่อความหมายถึงการที่พระเจ้าอู่ทองเป็นผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา
2. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงถือประมวลกฏหมาย สื่อถึงรัชสมัยของพระองค์ที่ปฏิรูปบ้านเมืองและตรากฎมณเทฑียรบาล ตลอดจนพระราชกำหนดศักดินา ขึ้นมา
3. สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงถือพระแสงของ้าว สื่อถึงเหตุการณ์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยกับพระเจ้าแปร เมื่อครั้งสงครามคราวเสียสมเด็จพระศรีสุริโยทัย
4. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงถือพระแสงของ้าว สื่อถึงเหตุการณ์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรฯกับพระมหาอุปราชา และการประกาศอิสรภาพของอยุธยา
5. สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงถือพระราชสาส์น สื่อถึงการทูตกับต่างประเทศในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์
6. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงถือพระแสงดาบ สื่อถึงการเสียกรุงครั้งที่ 2 และการตั้งราชธานีแห่งใหม่ที่ธนบุรีและสืบทอดอยุธยาสืบต่อไป
หลังจากที่ได้มีการย้ายศาลากลางจังหวัดไปยังอาคารหลังใหม่ สถานที่แห่งนี้ก็ได้ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา ที่คอยให้บริการด้านข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนมีนิทรรศการและหอศิลป์อยู๋ภายในด้วย อย่างไรก็ดี หลังสถานการณ์โควิด-19 ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยาก็ได้ปิดการให้บริการมานานหลายปีแล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเปิดทำการเหมือนเดิม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งอาคารทรงคุณค่าของจังหวัดที่เปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลา ไม่แน่ว่าในอนาคตอาคารหลังนี้อาจจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหนึ่งก็เป็นไปได้ ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป…

