“ทุเรียน” กับความอาดูรของกบฏเต็ยเซิน

ไทยเรารู้จัก “ทุเรียน” มาก็เป็นเวลานานพอสมควร อย่างบันทึกเก่า ๆ เลยก็เช่นที่ลาลูแบร์เคยกล่าวถึงเอาไว้ครั้งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ทุเรียนก็ไม่ได้เป็นผลไม้ที่มีจำเพาะในไทย แต่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ หนึ่งในนั้นก็คือที่เวียดนามที่มีตำนานการเดินทางของทุเรียนที่เล่าออกมาได้อย่างน่าสนใจ

.

ตำนานทุเรียนของเวียดนามนั้น เล่ากันว่าต้องย้อนกลับไปราวศตวรรษที่ 19 หลังการล่มสลายของราชวงศ์เต็ยเซินและการสถาปนาราชวงศ์เหงียนขององเชียงสือ นายพลผู้หนึ่งที่ต้องตกอับจากการล่มสลายของเต็ยเซินจึงได้ออกไปทำงานเป็นครูอยู่ในชนบท กระทั่งองเชียงสือได้ออกคำสั่งกวาดล้างอดีตคนของเต็ยเซินทั้งหมดในฐานะกบฏเพื่อไม่ให้กระด้างกระเดื่อง นายพลผู้นี้จึงต้องหลบหนีลงใต้ ข้ามเข้าไปในกัมพูชา

.

ในระหว่างการลี้ภัยนี้เอง ที่ทำให้นายพลผู้นั้นได้พบรักกับหญิงชาวบ้านผู้หนึ่ง พร้อม ๆ กับทุเรียนที่มีปลูกอยู่มากมายในดินดอนปากแม่น้ำโขง ทุเรียนกลายเป็นผลไม้แห่งความรักของทั้งสอง กระทั่งฝ่ายหญิงป่วยตาย นายพลผู้นั้นจึงหยิบเอาพันธุ์ทุเรียนกลับเข้ามาปลูกในเวียดนามหลังจากที่เรื่องสงบและได้รับอภัยโทษแล้ว เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงคนรักของตน พร้อมกับขนานนามผลไม้นี้ว่า “เสิ่ว เรียง” อันหมายถึง “ความอาดูรส่วนตัว”

.

ฟังดูเป็นนิทานที่โรแมนติก อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นนิทานที่เขียนขึ้นมาเพื่ออธิบายที่มาของชื่อที่พ้องกับคำในภาษาเวียดนาม แต่ทั้งนี้เป็นไปได้ว่าชื่อเสิ่วเรียงนี้ อาจเป็นคำยืมที่แผลงมาจากชื่อทุเรียนนั่นเอง

.

ในส่วนของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทุเรียนของเวียดนามนั้น พบว่าเริ่มมาจากทางใต้จริง ๆ และในช่วงเวลาเดียวกันคือต้นศตวรรษที่ 20 ก็มีแหล่งทุเรียนอยู่ 2 แหล่งที่เข้ามาในเวียดนาม แหล่งหนึ่งก็คือจากกัมพูชาที่คนเวียดนามนำเข้ามา กับอีกแหล่งคือชาวฝรั่งเศสเป็นคนซื้อเข้าไปจากอินโดนีเซีย

.

แต่ไม่ว่านิทานของกบฏเต็ยเซินนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตามแต่ กระนั้นมันก็ยังคงมีบทบาทในฐานะของนิทานเชิงคติชนวิทยาในเวียดนามที่ถูกหยิบยกมาอธิบายถึงความเป็นมาของชื่อต่าง ๆ ที่พวกเขาพบเห็นด้วยในทางหนึ่ง

.

เรียบเรียงโดยสุดโปรด by Bangkok Bank