ภาพของ “ขนมดอกจอก” นับว่าเป็นอีกหนึ่งภาพของขนมทอดทรงสวยที่มีรสสัมผัสกรอบ ๆ ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาหรือชอบกินกันเป็นอย่างดี เราเห็นอาหารชิ้นนี้อยู่คู่กันกับผู้คนในหลายกลุ่ม อย่างถ้าเป็นคนใต้ก็อาจจะคุ้นเคยในฐานะของขนมในงานประเพณี แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าขนมนี้ มีที่มาจากประเทศอินเดียก่อนที่จะเดินทางมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา
.
ชื่อ “ดอกจอก” แน่นอนว่ามาจากรูปร่างหน้าตาของขนมที่ดูคล้ายกับดอกจอกซึ่งเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง วิธีทำจะมีการใช้พิมพ์ทองเหลืองที่เอาไปชุบแป้งแล้วจุ่มลงในน้ำมันร้อน ๆ เกิดเป็นแป้งทอดที่มีหน้าตาสวยออกมาจากพิมพ์ทองเหลืองที่ใช้ในการทอด โดยการทอดจะต้องอาศัยทั้งจังหวะและความชำนาญ เพราะถ้าทอดนานเกินไปอาจจะไหม้ได้
.
ขนมนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในไทยอย่างเดียว แต่ยังพบในประเทศเพื่อนบ้านด้วย เช่นที่เมียนมาร์ก็มีขนมวงล้อ (စကြာမုန့်) ที่หน้าตาเหมือนกัน หรือในแถบมาเลเซียเองก็มีเหมือนกันในชุมชนอินเดียและชุมชนเปอรานากันในมาเลเซีย
.
สันนิษฐานว่าต้นทางของขนมดอกจอก อาจมีที่มาจาก “อัชฌัปปัม” (Achappam) หรือ “อัศศุ มุรุกุ” (Achu Murukku) ที่มีในอินเดียใต้เช่นในแถบเกรละ ซึ่งเป็นขนมทอดที่ใช้พิมพ์ทองเหลืองรูปร่างคล้ายดอกไม้เหมือนกัน โดยอาจจะเดินทางมากับพ่อค้าอินเดียเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแถบแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย ตลอดจนพื้นที่ที่อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน โดยขนมนี้ เป็นขนมรูปแบบเดียวกันกับ “ขนมบอระเพ็ด” ที่เราเคยกล่าวถึงไปเมื่อนานมาแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมขนมทอดที่ใช้แม่พิมพ์จากอินเดียใต้ที่เดินทางมาถึงภาคใต้ของไทย
.
ด้วยเหตุนี้ ขนมดอกจอกจึงเป็นอีกหนึ่งขนมที่มีความเป็นมาและการเดินทางข้ามผ่านทะเลและวัฒนธรรมเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกลายเป็นหนึ่งในขนมที่พบในสังคมและกลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการกินของคนในบ้านเราไปโดยปริยาย
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

