“ย่านลิเภา” จากวัชพืชสู่มรดกศิลป์พระพันปีหล

“ย่านลิเภา” พืชที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัชพืชในสวนยางพารา จะกลายเป็นงานหัตถศิลป์ระดับโลกที่สร้างชื่อให้ประเทศไทย

.

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ คือสายพระเนตรอันยาวไกลของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่หลายคนมองข้าม และทรงเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย

.

พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปยังพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญคือการก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่มุ่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่

.

พระราชดำรัสที่ว่า “ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน… ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้”

.

สะท้อนพระราชปณิธานที่ทรงเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยอย่างแท้จริง หนึ่งในภูมิปัญญาที่พระองค์ทรงฟื้นคืนชีวิต คือ “ย่านลิเภา” พืชตระกูลเฟิร์นที่พบมากในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

.

เดิมที ย่านลิเภาถูกใช้เพียงประดับศาลาในงานบุญ หรือสานเป็นของใช้พื้นบ้าน เช่น เชี่ยนหมาก กระเป๋าหมาก หมวก และกล่องใส่ยาเส้น เพราะมีเส้นใยเหนียว แข็งแรง และทนทานต่อแมลง อีกทั้งยังใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านและช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

.

แต่ครั้งหนึ่ง ย่านลิเภากลับถูกมองว่าเป็นเพียงวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมสวนยางพารา จนกระทั่งวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2524 สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง โครงการศิลปาชีพด้านการจักสานย่านลิเภา เพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในภาคใต้

.

พระองค์เคยมีพระราชดำรัสถึงคุณค่าของย่านลิเภาว่า “ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา… ใยของเขาจะเหนียวอยู่ได้เป็นร้อยปี โดยไม่มีตัวแมลงมากัดกินเลย… จึงนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย”

จากวันนั้น ช่างฝีมือในโครงการศิลปาชีพได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับงานจักสานย่านลิเภาให้มีความประณีต งดงาม และร่วมสมัย กลายเป็นผลงานศิลปหัตถกรรมที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

.

หนึ่งในช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจคือ ปี พ.ศ. 2566 เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถือกระเป๋าย่านลิเภาจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ขณะเสด็จพร้อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และ สมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน

.

ภาพกระเป๋าย่านลิเภาฝีมือคนไทยบนเวทีระดับโลก ไม่เพียงสะท้อนความวิจิตรของงานหัตถศิลป์ไทย แต่ยังสะท้อนพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชาติ

.

ปัจจุบัน ย่านลิเภาได้รับการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งกระเป๋าแฟชั่น กล่องเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และของขวัญระดับพรีเมียม โดยยังคงเอกลักษณ์ความประณีต แข็งแรง และงดงามเช่นเดิม

.

เรื่องราวของย่านลิเภาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของงานจักสาน หากแต่เป็นบทพิสูจน์ว่า เมื่อพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลผสานกับภูมิปัญญาของคนไทย วัชพืชธรรมดาก็สามารถเติบโตเป็น “มรดกศิลป์แห่งแผ่นดิน” ที่สร้างอาชีพ สร้างคุณค่า และส่งต่อความภาคภูมิใจให้คนไทยตราบจนทุกวันนี้

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank