“พระพัชนีด้ามจิ้ว” หัตถศิลป์ไทยคู่พระพันปีหลวง

หลายคนอาจเคยเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมพัดพับ อันงดงามที่ทรงถือเคียงพระวรกายอย่างสง่างาม

.

พัดเล่มนั้นมีชื่อว่า “พระพัชนีด้ามจิ้ว” งานหัตถศิลป์ไทยชั้นสูงที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ หากยังเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากรุณาธิคุณในการอนุรักษ์และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

.

แม้พัดพับจะมีต้นกำเนิดจากจีนและญี่ปุ่น ก่อนจะแพร่เข้าสู่ราชสำนักยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17–18 แต่เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย พัดพับได้หลอมรวมเข้ากับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างงดงามตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏให้เห็นในศิลปะการแสดงชั้นสูงของราชสำนัก ทั้งระบำจีนรำพัดและโขนรามเกียรติ์

.

ผู้ที่ทำให้ พระพัชนีด้ามจิ้ว ก้าวสู่การเป็นงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่า คือ “ครูหทัย บุนนาค” ครูศิลป์ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 ของ SACIT ผู้ทุ่มเทเวลากว่าครึ่งศตวรรษสร้างสรรค์พัดพับไทย ให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์

.

ทุกขั้นตอนล้วนอาศัยความละเอียดอ่อน ตั้งแต่การวาดลวดลายจากวรรณคดีไทยด้วยสีฝุ่น การปิดทองคำเปลวตามแบบช่างโบราณ การประดับปีกแมลงทับสีเขียวมรกตแทนกระจกเกรียบ ก่อนประกอบเข้ากับแกนเงินหรือทองคำ และปิดท้ายด้วยการจับจีบผ้าไหมไทยลงบนซี่พัดอย่างประณีต เพื่อให้ทุกครั้งที่คลี่พัด ความงดงามของลวดลายจะเผยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

.

เบื้องหลังผลงานชิ้นเอกนี้ ยังมีเรื่องราวที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันน่าประทับใจ

ครั้งหนึ่งในวัยเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง ครูหทัยเคยส่งผลงานผ่านนางพระกำนัลเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่ สมเด็จพระพันปีหลวง แม้ผลงานในวันนั้นจะยังไม่สมบูรณ์ แต่พระราชดำรัสสั้น ๆ ที่ว่า “สวยดี ให้เขียนมาอีกเรื่อย ๆ” กลับกลายเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เด็กหนุ่มผู้รักงานศิลป์ ก้าวสู่การเป็นช่างฝีมือระดับประเทศในเวลาต่อมา

.

ต่อมาครูหทัยยังได้พัฒนาพระพัชนีด้ามจิ้วให้มีอัตลักษณ์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้ ด้ามงาช้างแกะสลักลายไทย และ ผ้าไหมไทยแท้ แทนรูปแบบเดิมที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ จนเกิดเป็นพระพัชนีด้ามจิ้วลายฟันปลาสลับสีแดงอันโดดเด่น ซึ่งเป็นแบบที่ทรงโปรด และสะท้อนความประณีตของงานช่างไทยได้อย่างงดงาม

.

จากงานหัตถศิลป์ที่เคยถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท วันนี้ พระพัชนีด้ามจิ้ว ได้ก้าวสู่เวทีโลกอีกครั้ง ผ่านนิทรรศการประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล: La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส ภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

.

นิทรรศการรวบรวมผลงานทรงคุณค่ากว่า 200 รายการ ถ่ายทอดวิวัฒนาการของฉลองพระองค์ไทย งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาการออกแบบของไทยสู่สายตาชาวโลก โดยพระพัชนีด้ามจิ้วของครูหทัยได้รับเลือกจัดแสดงเคียงข้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซของประเทศอย่างสมเกียรติ

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank