18 เมษายน สำหรับคนทั่วไปอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นวันสำคัญอะไร แต่ในแง่ของศิลปวัฒนธรรมแล้ว วันนี้มีวันสำคัญในฐานะของวันโบราณสถานสากล ที่ถูกจัดตั้งโดยการประชุมใหญ่สามัญของยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ.2525 เพื่อให้ทุกประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์และดูแลโบราณสถานอย่างถูกต้อง
ประเทศไทยเรานับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีโบราณสถานมากมาย ตั้งแต่โบราณสถานยุคก่อนอาณาจักรไทย และโบราณสถานยุคอาณาจักรไทยเป็นต้นมา ซึ่งมีอยู่นับพันแห่งทั่วไทย มีเมืองเก่าแก่อยู่หลายเมือง หนึ่งในนั้นก็คือเมืองหลวงเก่าอย่าง “พระนครศรีอยุธยา”
การอนุรักษ์และฟื้นฟูโบราณสถานในอยุธยา แม้ว่าจะริเริ่มมาตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ดี การบูรณะอยุธยาส่วนใหญ่นั้นมีความเจริญเป็นอย่างมากในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง “พระยาโบราณราชธานินทร์” เป็นผู้ช่วยคืนชีวิตให้เมืองหลวงเก่าแห่งนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
.
๏ พร เดชะคุปต์
พระยาโบราณราชธานินทร์ มีชื่อเดิมว่า พร เดชะคุปต์ เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปีพุทธศักราช 2414 ในแผ่นดินล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ณ บ้านบริเวณวัดศรีสุดาราม ริมคลองบางกอกน้อย โดยเป็นบุตรชายของขุนฤทธิ์ดรุณเสรฐ (เดช เดชะคุปต์)
เด็กชายพรเข้ารับการศึกษาที่วัดยี่ส่าย ก่อนที่บิดาผู้ที่เป็นสารวัตรใหญ่มหาดเล็กเวรฤทธิ์จะพาไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้เข้าเป็นนักเรียนที่สราญรมย์ ศึกษา ก่อนที่ต่อมาจะได้เข้าไปศึกษาในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบที่เพิ่งก่อตั้งใหม่
ด้วยความที่เป็นบุคคลที่ฉลาดและเรียนเก่ง ทำให้สอบไล่ได้อย่างรวดเร็วและได้รับรางวัลอยู่หลายครั้ง ครั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาก็ได้ถูกชักชวนให้มาสอนอยู่ที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบก่อนที่ 1 ปีหลังจากนั้นจะย้ายไปรับราชการในกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ
นายพร เติบโตและรับราชการอยู่ในช่วงเวลาที่โครงสร้างการปกครองของไทยมีการปฏิรูปใหม่ เกิดการตั้งกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งนายพรก็ได้รับราชการในกระทรวงธรรมการ ทำงานอยู่ในแวดวงการศึกษาระยะหนึ่ง ก่อนที่ต่อมาจะได้รับคำชักชวนจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพให้มาประจำอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งการรับราชการในกระทรวงมหาดไทยนี่เองที่จะได้นำพาให้นายพรได้เดินทางไปยังกรุงเก่าในกาลต่อมา
.
๏ จากกรุงเทพ สู่กรุงเก่า
ในปี 2439 กรมขุนมรุพงศศิริพัฒน์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยาซึ่งเพิ่งตั้งขึ้น ทรงเลือกนายพรในขณะนั้นมีบรรดาศักดิ์เป็นพันพุฒอนุราชไปดำรงตำแหน่งข้าหลวงมหาดไทยมณฑลอยุธยา โดยทรงขอมายังสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ แล้วนำความกราบบังคมทูล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนขึ้นเป็นที่หลวงอนุรักษ์ภูเบศร ข้าหลวงมหาดไทยมณฑลอยุธยา เมื่อมีอายุได้เพียง 25 ปีเท่านั้นเอง
การเดินทางสู่กรุงเก่าครั้งนั้นมิได้เป็นเพียงการโยกย้ายตำแหน่งธรรมดา หากเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญที่จะผูกพันชีวิตของท่านกับอยุธยาไปตลอดกาล
.
๏ ข้าราชการผู้คืนชีพพระนครศรีอยุธยา
ในช่วงเวลาที่หลวงอนุรักษ์ภูเบศร ได้เดินทางมาประจำอยู่ที่อยุธยาเป็นครั้งแรก ภาพของอยุธยาในเวลานั้นก็เป็นภาพของโบราณคดีที่จมอยู่ใต้พงหญ้าที่ปกคลุมจนรกตา วัดร้างและโบราณสถานจำนวนไม่น้อยถูกบุกรุก และถือครองที่ดินโดยชาวบ้าน
ด้วยความที่เป็นผู้ที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์และโบราณคดี ยามว่างเว้นจากงานราชการก็ชอบที่จะออกไปสำรวจโบราณสถานต่าง ๆ เรื่อยมา ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากการสำรวจของหลวงอนุรักษ์ภูเบศรนี้ก็ได้เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในยุคบุกเบิกด้านอยุธยาศึกษาเป็นต้นมา
หลวงอนุรักษ์ภูเบศรรับราชการในกรุงเก่าเรื่อยมา มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เมื่ออายุได้ 27 ปีก็ได้ขึ้นเป็นพระอนุรักษ์ภูเบศร ผู้รักษากรุงศรีอยุธยา จากนั้นก็ขึ้นเป็นพระยาโบราณบุราณุรักษ์ รั้งตำแหน่งปลัดเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า และได้ขึ้นเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าเมื่ออายุได้ 35 ปี โดยได้รับการเพิ่มเกียรติยศ เปลี่ยนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาโบราณราชธานินทร์สยามมินทร์ภักดีพิริยพาหะ ในปี 2455
ในด้านการโบราณคดี พระยาโบราณฯ ได้มีการอนุรักษ์และบูรณะอยุธยาผ่านการเสนอระเบียบการรักษาวัดร้าง ให้เรียกค่าเช่าที่จากผู้บุกรุก ห้ามรื้ออิฐโบราณสถาน และนำเงินมารวมเป็นทุนปฏิสังขรณ์วัดสำคัญ เป็นต้น นอกจากนี้โบราณวัตถุใด ๆ ที่สำรวจพบ ก็ได้มีการรวบรวมนำมาไว้ที่พระราชวังจันทรเกษม จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นหมุดหมายแรกของพิพิธภัณฑ์ในส่วนภูมิภาคด้วย
โดยการจัดพิพิธภัณฑ์ที่พระราชวังจันทรเกษมนั้นก็ได้รับคำชื่นชมว่าจัดดีเหมือนประเทศตะวันตกและเป็นสมัยใหม่กว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกเหนือจากงานในด้านโบราณคดี ในด้านการพัฒนาเมืองอยุธยาเอง พระยาโบราณฯ ก็มีคุณูปการในหลายด้าน ทั้งงานสืบเนื่องและงานที่คิดทำใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตลาดใหม่ที่หัวรอ การทำสะพานข้ามคลองเมือง การทำท่อระบายน้ำ และการสร้างถนนรอบเกาะเมืองจนแล้วเสร็จ ทำให้อยุธยาเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ทันสมัยไม่แพ้เมืองในมณฑลอื่น ๆ ด้วย
.
๏ ผู้เป็นที่รักของชาวกรุงเก่า
ตลอดระยะเวลา 33 ปีที่รับราชการอยู่ในมณฑลกรุงเก่า พระยาโบราณฯ มิได้เป็นเพียงข้าราชการผู้ปกครองเมือง หากยังเป็นผู้ที่บำรุงทั้งเมืองและผู้คนในเมืองไปพร้อม ๆ กัน การออกสำรวจท้องที่ต่าง ๆ ได้ทำให้เกิดภาพของความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับคนในปกครองเป็นอย่างดี
ภาพที่สะท้อนถึงความใกล้ชิดกับผู้คนในมณฑลของพระยาโบราณฯ ก็มีทั้งการที่ได้รับเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง และก็ทำหน้าที่ไม่ต่างกับผู้ปกครองในระดับราษฎรคนหนึ่งที่ไปนั่งประชุมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๆ ที่เป็นสมุหเทศาภิบาล หรือเมื่อตั้งพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ มีพระสงฆ์บางวัดเลือกพระยาโบราณฯ เป็นตำแหน่งมัครนายกตามพระราชบัญญัติก็มี
นอกไปจากนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระยาโบราณฯ เป็นหัวหน้าชักชวนผู้คนสร้างสิ่งอนุสรณ์สนองพระเดชพระคุณ เกิดโรงพยาบาลแห่งแรกของพระนครศรีอยุธยา ขนานนามว่า โรงพยาบาลปัญจมาธิราชอุทิศ หรือโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาด้วยซึ่งก็ยังคงดำเนินกิจการอยู่จนถึงทุกวันนี้
พระยาโบราณราชธานินทร์ ถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 30 เมษายน ปี 2479 หลังจากที่สุขภาพทรุดหนักด้วยอาการป่วย ปิดฉากเรื่องราวของหนึ่งในข้าราชการผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นคืนมรดกของอยุธยาให้กลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
#สุดโปรด#บุคคล#ชีวประวัติ#วันโบราณสถานสากล#อยุธยา#ประวัติศาสตร์#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

