“หนังใหญ่” มหรสพแห่งแสงและเงา ศิลปะชั้นสูงแห่งวัดขนอน

แสงไฟหน้าม่านค่อย ๆ มืดลง เหลือเพียงแสงส่องผ่านผืนผ้าขาวที่ขึงเป็นจอ เงาตัวละครขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามจังหวะปี่พาทย์ที่บรรเลงโหมโรง เสียงพากย์กังวานก้อง นี่คือ “หนังใหญ่” มหรสพหลวงที่รวมศาสตร์ศิลป์ไทยไว้อย่างวิจิตรตระการตา

.

คำว่า “หนัง” มาจากวัสดุหลักที่ใช้สร้าง “ตัวหนัง” แผ่นหนังวัวหรือควาย ที่ผ่านการฟอกอย่างพิถีพิถัน ลอกขนและพังผืดออกจนได้เนื้อใส เรียบ ทนทาน จากนั้นช่างจะวาดลวดลายไทยแบบผูกลายต่อเนื่อง ก่อนฉลุ แกะ และตอกลายอย่างประณีต แล้วลงสีให้คมชัดงดงามยามต้องแสง

ตัวหนังแต่ละตัวผูกติดกับไม้ตับสำหรับผู้เชิด เคลื่อนไหวไปตามจังหวะปี่พาทย์ เสียงพากย์ และบทเจรจา จนเงาบนจอกลายเป็นชีวิต เป็นอารมณ์ เป็นสงคราม และเป็นบทกวีแห่งแสงเงา

.

เรื่องที่นิยมนำมาแสดงมากที่สุดคือ “รามเกียรติ์” โดยเฉพาะตอน “ยกรบ” ฉากการต่อสู้ระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ ที่เต็มไปด้วยลีลาและท่วงท่าอันงดงาม หนึ่งในไฮไลต์คือท่า “ขึ้นลอย” เมื่อผู้เชิดคนหนึ่งยืนค้างบนตัวอีกคนอย่างทรงพลัง และฉากพระรามแผลงศรนาค เงาลูกศรพุ่งเข้าหายักษ์บนจอ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมทุกยุคทุกสมัย

.

ศาสตร์แห่งการเล่นแสงและเงาเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากดินแดนชมพูทวีป ใช้หนังสัตว์แกะสลักเล่าเรื่อง “รามายณะ” ก่อนจะแพร่เข้าสู่เขมรผ่านการค้าและศาสนา และเดินทางสู่แผ่นดินไทยในยุคอาณาจักรศรีวิชัย

.

ต่อมาหนังใหญ่กลายเป็นมหรสพหลวง แสดงยามค่ำคืนในพระราชพิธี ก่อนจะเผยแพร่ออกสู่ชุมชน จนกลายเป็นศิลปะของแผ่นดินที่ผูกพันกับวิถีชีวิตผู้คน

.

หนึ่งในสถานที่ที่ยังคงสืบสานหนังใหญ่อย่างจริงจังคือ วัดขนอน จังหวัดราชบุรี วัดแห่งนี้เคยเป็นด่านเก็บภาษีทางแม่น้ำแม่กลอง พ่อค้านำหนังวัวมาชำระภาษี เมื่อด่านถูกยกเลิก หนังจำนวนมากจึงตกค้างอยู่ที่วัด

.

พระครูศรัทธาสุนทร อดีตเจ้าอาวาส ได้ริเริ่มนำหนังเหล่านั้นมาฉลุลายเป็นตัวหนัง ก่อกำเนิด “หนังใหญ่วัดขนอน” ที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมา พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้ผลักดันการอนุรักษ์อย่างจริงจัง จัดตั้ง “ตลาดด่านขนอน” เป็นพื้นที่แสดง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสศิลปะชั้นสูงอย่างใกล้ชิด

.

ก่อนการแสดง ผู้เชิดจะคลานเข้ากราบเศียรพ่อแก่ วงปี่พาทย์บรรเลงเพลงสาธุการ บูชาครู แล้วจึงเริ่มบทนมัสการและบทบูชาครู เสียงพากย์ถ่ายทอดทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง ใส่อารมณ์ลงในทุกถ้อยคำ ขณะที่ดนตรีสอดประสานอย่างลงตัว

.

หนังใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการแสดงเงา แต่คือการรวม “ศิลป์ 5 แขนง” อย่างครบถ้วน ได้แก่

หัตถศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ วาทศิลป์ และวรรณศิลป์

.

แม้จะเป็นศิลปะชั้นสูงที่ทรงคุณค่า แต่หนังใหญ่กำลังเผชิญความท้าทายจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เวทีแสงสีเสียงอาจทันสมัยขึ้น แต่เสน่ห์ของเงาบนผ้าขาวกลับยิ่งล้ำค่า