“หัวนะโม” เครื่องรางชาวใต้ สู่เครื่องประดับมงคลอย่างมีสไตล์

ถ้าพูดถึงเครื่องรางของชาวใต้ หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงเสมอ คือ “หัวนะโม” ของมงคลชิ้นเล็ก ๆ ที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันอันตราย ปัดเป่าโรคภัย และคุ้มครองผู้พกพาให้แคล้วคลาด

.

แต่วันนี้…หัวนะโมไม่ได้หยุดอยู่แค่ความศักดิ์สิทธิ์ มันได้กลายมาเป็น เครื่องประดับร่วมสมัย ที่ทั้งสวย ใส่ง่าย และยังพกพาความเป็นสิริมงคลติดตัวไปพร้อมกัน

.

จากหัวนะโมที่ทำจาก เงินยวง ถูกนำมาผสมผสานกับ เครื่องทอง เครื่องถม กลายเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือแม้แต่ตุ้มหู ที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ทิ้งรากของความเชื่อดั้งเดิม

.

เรื่องราวของหัวนะโมเริ่มต้นขึ้นในช่วง ก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 ในยุคของอาณาจักร ตามพรลิงค์ หรือจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ในสมัยนั้น หัวนะโมทำหน้าที่ไม่ต่างจากเงินตราเป็น เบี้ยโลหะสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้า โดยมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ทำจากโลหะเงิน และจารึกอักษรโบราณลงไป ชื่อว่า “หัวนะโม” มาจากการจารึกอักษร ปัลลวะ (อักษรอินเดียโบราณ) ตัว “นะ” ลงบนเม็ดเงิน ซึ่งต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ผู้คนยึดถือและตำนานที่ทำให้หัวนะโมกลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง เกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์

.

เมื่อเกิดโรคห่า หรืออหิวาตกโรคระบาด พระองค์ได้ประกอบพิธีปลุกเสกหัวนะโมตามพิธีพราหมณ์

โดยอัญเชิญ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม ก่อนนำไปหว่านยังจุดที่เกิดโรคระบาดและรอบเมืองและสิ่งที่ผู้คนเล่าขานกันต่อมา คือ โรคระบาดได้สงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องราวเดียวกันนี้ ยังเกิดซ้ำอีกครั้งในสมัย รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเมืองนครศรีธรรมราชเผชิญโรคระบาด และมีการทำพิธีปลุกเสกหัวนะโมเช่นเดียวกับอดีต ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม โรคภัยคลี่คลายลง นับแต่นั้น “หัวนะโม” จึงกลายเป็น ของมงคลคู่เมืองนครศรีธรรมราชและเป็นเครื่องรางที่ชาวใต้นิยมพกติดตัวเพื่อความอุ่นใจ

.

หัวนะโมแบบดั้งเดิมทำจาก เงินยวง ซึ่งเป็นเงินบริสุทธิ์ สีขาว นิ่ม นำมาตอกตรานะโมและขึ้นรูปเป็นเม็ดกลม ในอดีตบางชิ้นมีการใส่ ปรอท ไว้ด้านใน เพราะเชื่อว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ แต่หัวนะโมในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา โลหะที่ใช้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของผู้จัดทำ ส่วนใหญ่เป็นโลหะเงินทั่วไป และไม่มีการใส่ปรอทแล้ว

.

เรื่องพิธีกรรมก็เช่นกัน บางคนศรัทธาหัวนะโมที่ผ่านการปลุกเสก บางคนเชื่อว่าเพียงเป็นหัวนะโมก็มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวอยู่แล้ว หรือบางคนก็นำหัวนะโมไปเข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อเสริมพลังศรัทธาให้กับตนเอง

.

ในปัจจุบัน การใส่หัวนะโมไม่ได้ดูเคร่งขรึมเหมือนในอดีต แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง ศรัทธาและแฟชั่น ใส่เป็นเครื่องประดับได้จริง