ถ้าพูดถึงศิลปะไทยที่ทั้งงดงาม เปล่งประกาย และเกือบสูญหายไปจากแผ่นดิน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “กระจกเกรียบ” อยู่แน่ ๆ
.
เทคนิคการ หุงกระจก ให้บางเฉียบจนเบาเหมือน “แผ่นข้าวเกรียบ”
และมีความแวววาวราวกับอัญมณีเมื่อต้องแสง เพราะช่างจะลงทองและล่องกระจกจนบางจนแทบมองทะลุได้ ![]()
![]()
.
ในสมัยรัชกาลที่ 3 งานกระจกเกรียบถือว่ารุ่งเรืองถึงขีดสุด วัด วัง สิ่งของเครื่องใช้ล้วนแต่งแต้มด้วยประกายแก้ววาววับ
แต่ด้วยความซับซ้อนของสูตรการหุง การควบคุมไฟ
และส่วนผสมที่ต้องแม่นยำอย่างที่สุด ทำให้งานช่างแขนงนี้ค่อย ๆ หายไป จนแทบไม่เหลือผู้สืบทอด
.
แต่โชคดีที่แสงของศิลปะนี้ยังไม่ดับสนิท เพราะยังมีผู้รักษาเปลวไฟแห่งวิชาไว้ หนึ่งในนั้นคือ “อาจารย์รัชพล เต๋จ๊ะยา”
ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2565 ผู้สืบสายเลือด “ไทเขิน” แห่งตระกูลเต๋จ๊ะยา ซึ่งรักษาสูตรหุงกระจกเกรียบโบราณมาไม่ต่ำกว่า 4 รุ่น ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานอย่างเคร่งครัด
.
กระจกเกรียบ หรือที่เรียกว่า “แก้วหุง”
เป็นกระจกเนื้อใส เบา ไม่แข็งเท่าแก้วทั่วไป แต่มีความสว่างวาววับเป็นพิเศษ สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์นิยมอย่างมาก จนถึงขั้นตั้ง “กรมช่างหุงกระจก” ในรัชกาลที่ 4 เพื่อดูแลและผลิตใช้กับสถาปัตยกรรมสำคัญ เช่น วัดราชบูรณะ วัดสุทัศน์ พระบรมมหาราชวัง ![]()
แต่เมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา รูปแบบสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไป กระจกเกรียบจึงถูกลดบทบาทลง ขณะเดียวกันสูตรหุงกระจกถูกเก็บเป็นความลับภายในครอบครัวช่าง ทำให้ความรู้ค่อย ๆ สูญสิ้นจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 กระทั่งในรัชกาลที่ 9 ได้มีการฟื้นฟูองค์ความรู้นี้ขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้ศิลปะที่ใกล้เลือนหายกลับมามีชีวิต
.
การเล่นแร่แปรธาตุของช่างไทย การทำกระจกเกรียบเป็นศาสตร์ผสมผสานระหว่าง ไฟ
แร่ธาตุ ความชำนาญ และพรสวรรค์ สูตรโบราณประกอบด้วย ดินขาว ตะกั่ว และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งต้องหุงด้วยไฟที่อุณหภูมิพอดีเป๊ะ จึงจะได้กระจกบางเพียง 0.5 มิลลิเมตร แต่ยังคงสว่างเจิดจ้าเหมือนอัญมณี ![]()
.
ยุคโบราณมีเพียง 5 สี คือ เขียว
เหลือง
ขาว
แดง
คราม
แต่ช่างยุคใหม่ได้พัฒนาต่อยอดให้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น ขาวใส น้ำเงินเข้ม เขียวเลื่อมปีกแมลงทับ แดงทับทิม เหลืองทอง เหลืองอำพัน แต่ไม่ว่าสีไหน ก็ยังคงเปล่งประกายเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม
.
ทุกแผ่นเกิดจากความอดทน ความละเอียด และศรัทธาในงานศิลป์
ทุกสีเกิดจากองค์ความรู้ที่สืบทอดมานานนับร้อยปีและทุกชิ้น
คือ บทบันทึกของช่างฝีมือไทยที่ไม่เคยยอมให้ภูมิปัญญาโบราณเลือนหายไป กระจกเกรียบ อาจบางเพียงปลายนิ้ว แต่เรื่องราวเบื้องหลังนั้นหนาแน่นเป็นมรดกทั้งชาติ








