แสงพระเมตตาเหนือผืนแผ่นดิน เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงทรงปลุกลมหายใจให้ “งานคร่ำโบราณ” กลับมางดงามอีกครั้ง ![]()
![]()
.
พระเมตตาแห่งงานหัตถศิลป์ไทย คือ สิ่งที่แผ่แรงบันดาลใจไปราวกับแสงสว่างที่ค่อย ๆ ฟื้นคืนชีวิตให้ภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นดั่งผู้อารักษ์แห่งงานหัตถกรรมไทย
ทรงมองเห็นคุณค่าของ “ศิลป์แห่งบรรพชน” ที่หล่อหลอมวิถีไทยมายาวนาน และทรงตระหนักว่างานฝีมือเหล่านี้ไม่เพียงเป็นความงาม หากยังเป็นลมหายใจของผู้คนที่สร้างมันขึ้นมา
.
ด้วยพระราชหฤทัยที่เต็มไปด้วยความรักในแผ่นดิน พระองค์ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ย้อนรอยไปยังงานหัตถกรรมไทยที่กำลังเลือนหาย ทั้งเพื่อรักษาเป็นมรดกของชาติและเพื่อให้ช่างฝีมือไทย สามารถเลี้ยงชีพอย่างมั่นคงจากภูมิปัญญาของตนเอง หนึ่งในงานที่ทรงโปรดและทรงพระดำริให้ฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน คือ “งานคร่ำ” ศิลป์ชั้นสูงที่แทบสูญสิ้นไปจากสังคมไทย
.
งานคร่ำคือศิลปะประณีตขั้นสูงสุดของช่างไทย การสร้างลวดลายต้องใช้ทักษะและความละเอียดขั้นเกินบรรยาย ช่างจะต้อง ฝังเส้นเงิน เส้นทอง หรือเส้นนาก ลงในผิวโลหะทีละเส้น ทีละลาย ราวกับกำลังวาดภาพด้วยโลหะล้ำค่า เมื่อเสร็จสิ้นจึงขัดผิวให้ลวดลายเผยตัวอย่างคมชัดและวิจิตร จนชิ้นงานหนึ่งชิ้นใช้เวลานับเดือน หากไม่ชำนาญเพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจรังสรรค์ได้
ผลงานศิลป์ระดับนี้เคยรุ่งเรืองในราชสำนัก ทว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน งานคร่ำกลับถูกเวลาพัดหายไปทีละน้อยจนแทบไร้ผู้สืบทอด
.
“ครูอุทัย เจียรศิริ” ผู้สืบสานพระราชปณิธานที่ไม่เคยดับลง
ปี พ.ศ. 2522 คือปีสำคัญที่ ครูอุทัย เจียรศิริ ได้รับคัดเลือกให้เป็นครูสอนงานเครื่องถมแก่นักเรียนศิลปาชีพสวนจิตรลดา หนึ่งในสถาบันที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงก่อตั้งเพื่อฟื้นฟูงานหัตถกรรมไทย ครูอุทัยทุ่มพลังทั้งหมดของชีวิตให้กับงานคร่ำ เพราะรู้ดีว่านี่คือ “รากเหง้าศิลป์ไทย” ที่สื่อถึงตัวตนของชาติ
.
หลายสิบปีที่ครูอุทัยสร้างสรรค์งานคร่ำด้วยหัวใจ คือหลักฐานว่าศิลปะชนิดนี้ไม่ใช่เพียงงานฝีมือ แต่เป็น มรดกทางจิตวิญญาณ ที่เชื่อมโยงอดีตของแผ่นดินเข้ากับอนาคตของลูกหลานไทย และในปี 2562 ครูอุทัยจึงได้รับการยกย่องเป็น “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT)
.
แม้วันนี้สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ “พระเมตตา” ที่พระองค์ทรงมอบแก่งานหัตถศิลป์ไทยยังสถิตอยู่ในทุกชิ้นงานที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ทุกลวดลายบนผืนโลหะที่ครูอุทัยและศิลปินรุ่นต่อไปลงแรงปั้นแต่ง ล้วนเป็นการสืบต่อเจตนารมณ์ของพระองค์
.
ครูอุทัยตั้งปณิธานจะถ่ายทอดงานคร่ำแก่เยาวชนและสถาบันต่าง ๆ ให้ศิลป์แขนงนี้ยังคงหายใจอยู่คู่แผ่นดินไทย เพราะครูเชื่อเสมอว่า พระองค์ไม่เพียงทรงฟื้นฟูงานศิลป์ แต่ทรงต่อชีวิตผู้คน และทรงรักษาอัตลักษณ์ชาติไทย ให้ดำรงอยู่อย่างสง่างามเหนือกาลเวลา![]()




