ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในตอนที่อาหารอินเดียมีกระแสและเป็นที่สนใจของคนไทยในระดับที่ดูคลิปสตรีทฟู้ดอินเดียก่อนนอนทุกคืนนั้น หลาย ๆ คนอาจจะได้รู้จักกับช่วง “ปานีปูรีฟีเวอร์” ที่ทำเอาใครหลาย ๆ คนอยากลิ้มลองเจ้าแป้งทอดกลม ๆ เจาะรูใส่ถั่วและมันฝรั่งก่อนที่จะราดซอสลงไป ทว่าหลาย ๆ คนกลับได้กินก็รู้สึกว่า “ครั้งเดียวพอ” เสียอย่างนั้น
ปานีปูรี จริง ๆ แล้วเป็นอาหารที่ค่อนข้างคลุมเครือ แต่ก็ปรากฏเรื่องเล่าหนึ่งว่อนอินเทอร์เน็ตที่นำเอาอาหารนี้ไปยึดโยงกับวรรณคดีชื่อดังอย่าง “มหาภารตะ” หนึ่งในสองมหากาพย์ระดับชาติของอินเดีย (อีกเรื่องหนึ่งคือรามายณะหรือรามเกียรติ์) เลยทีเดียว
เรื่องเล่านั้นกล่าวว่าปานีปูรีเป็นอาหารที่คิดค้นโดยนางเทราปตี ซึ่งในอาทิบรรพได้เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากที่พี่น้องปาณฑพทั้งห้าไปสยุมพรได้นางเทราปตีมาเป็นภรรยา พระนางกุนตีผู้เป็นแม่ก็นึกอยากลองใจสะใภ้ใหม่ว่านางจะสามารถอาศัยอยู่กับพี่น้องปาณฑพซึ่งอยู่ในระหว่างซ่อนตัวในป่าได้หรือไม่ โดยการให้วัตถุดิบไม่กี่อย่างแล้วขอให้นางเทราปตีทำอาหารที่เลิศรสมาให้
ซึ่งนางเทราปตีก็รังสรรค์แป้งทอดเล็ก ๆ ที่มีไส้ถั่วกับมันฝรั่ง พร้อมกับน้ำซอสพร้อมกับตั้งชื่อให้ว่าชลปาตฺร(जलपात्र) อันแปลว่าภาชนะใส่น้ำซึ่งล้อไปกับรูปร่างของปานีปูรีที่เป็นแป้งทอดเจาะรูแล้วใส่น้ำซอสข้างใน
เรื่องเล่าดังกล่าวฟังดูดี แต่ปัญหาก็คือในยุคโบราณขนาดนั้นจะไปมีมันฝรั่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาได้ยังไง ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่แต่งใหม่ไป และในส่วนของประวัติก็คลุมเครือ แต่สันนิษฐานว่ารูปแบบของปานีปูรีในปัจจุบันคงไม่เก่าเกินกว่าศตวรรษที่ 16 ที่ซึ่งมันฝรั่งถูกนำจากอเมริกาเข้ามาในยุโรป หรือถ้าเก่าแก่กว่านั้นก็คงจะไม่ได้ใช้มันฝรั่งเป็นส่วนประกอบเป็นแน่ ซึ่งข้อมูลบางแหล่งก็กล่าวว่ามันมีต้นเค้ามาจากอาหารอย่างหนึ่งในสมัยมคธเลยทีเดียว
ด้วยหน้าตาที่จดจำได้ง่ายของปานีปูรีได้กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนนึกถึงเวลาพูดถึงอาหารอินเดีย อีกทั้งยังเป็นสตรีทฟู้ดที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดียอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นรสชาติของมันก็แตกต่างกันพอสมควรในแต่ละเจ้า โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนมีวิธีเลือกร้านปานีปูรีคือเลือกร้านที่เขาแยกซอสออกเป็น 2 ซอส สาระแหน่ซอสนึง มะขามซอสนึง ซึ่งเราจะสามารถมิกซ์แอนด์แมตซ์เองได้ตามชอบมากกว่าแล้วจะรู้สึกถูกปากกว่าด้วย
.
#จานโปรด#ปานิปูริ#ปานีปูรี#อินเดีย#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

