ทุกครั้งที่ถึง “สารทจีน” หลายบ้านคงคุ้นตากับกระดาษสีทอง สีเงิน หรือแม้แต่สิ่งของแปลกตาที่ทำจากกระดาษวางเรียงรายเพื่อเตรียม “เผา”
ให้กับบรรพบุรุษ
.
สิ่งเหล่านี้คือ “กงเต็ก” (功德) วัฒนธรรมจีนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ![]()
คำว่า “กงเต็ก” มาจากคำว่า
กง (功) = การกระทำ
เต็ก (德) = คุณธรรม
รวมกันคือ “การกระทำที่มีคุณธรรม”
หมายถึง การแสดงความกตัญญูของลูกหลานผ่านพิธีส่งบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับ
.
ทำไมต้องเผากงเต็ก ?
การเผากระดาษกงเต็ก ไม่ได้แค่ “เผาของ” แต่ยังเปรียบเหมือนการส่งของขวัญจากโลกนี้ ไปถึงดวงวิญญาณของญาติที่อยู่อีกภพ
ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เสื้อผ้า บ้าน รถ หรือแม้แต่ iPhone
ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากกระดาษ เพื่อตามใจผู้ล่วงลับในโลกหลังความตาย
.
แต่แรกเริ่มมีเพียงกระดาษเงิน กระดาษทอง โคมไฟ ม้า หรือนกเท่านั้น ![]()
จนเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กงเต็กก็ “อัปเกรด” ไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับยุค เช่น บ้านหรู รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึง “ดิจิทัล วอลเลต” สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความเชื่อกับกระแสสังคม
.
“จึงเตี่ยฮวด” ร้านกงเต็ก 60 ปี ที่ไม่หยุดพัฒนา
หนึ่งในร้านที่ยังคงสืบทอดธุรกิจนี้ก็คือ “จึงเตี่ยฮวด” ร้านกระดาษไหว้เจ้าชื่อดังที่เปิดมากว่า 60 ปี ปัจจุบันบริหารโดย ‘คุณนัท–พีรสรณ์ จิรพิชิตชัย’ ทายาทรุ่นที่ 3
มีแนวคิดที่ว่า การทำให้ร้านอยู่รอดไม่ได้อยู่ที่การขาย “ความเก่าแก่”
.
แต่คือการ ต่อยอดให้เข้ากับยุคสมัย
อย่างการทำกงเต็กเป็น หม้อชาบู
กระเป๋าแบรนด์เนม
รถซูเปอร์คาร์ ![]()
ไปจนถึงมือถือสมาร์ทโฟนและกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ความเชื่อผสมความทันสมัย
.
ความเชื่อที่ไม่เคยตาย
“ตราบใดที่ยังมีความเชื่อและความกตัญญู ธุรกิจกงเต็กก็ไม่มีวันตาย”
คำพูดนี้คือหัวใจของการสืบทอดกิจการให้ถึง 100 ปี ของจึงเตี่ยฮวด พิสูจน์ว่าแม้โลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน แต่ถ้าธุรกิจปรับตัวได้ ความเชื่อและวัฒนธรรมก็จะยังถูกส่งต่อไปไม่สิ้นสุด
.
กงเต็กไม่ใช่แค่ “กระดาษ” แต่เป็น สะพานแห่งความกตัญญู ที่ลูกหลานใช้เชื่อมโยงถึงบรรพบุรุษ และยังเป็นหลักฐานว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมสามารถอยู่รอดได้ ถ้าเราหาวิธีเล่าให้ “เข้ายุค”




