สมูทตี้ หรือบ้านเราเรียกน้ำผลไม้ปั่นก็มีประวัติความเป็นมาเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้ โดยแนวคิดแรกเริ่มของสมูทตี้เริ่มในปีราว 1930 เมื่อร้านอาหารฝั่งทะเลตะวันตกของอเมริกาเริ่มนำสูตรน้ำผลไม้เข้มข้นจากบราซิลมาดัดแปลง ประกอบกับการเกิดขึ้นของนวัตกรรมอย่าง ‘ตู้เย็น’ และ ‘เครื่องปั่น’ ที่ราคาจับต้องได้ทำให้ชาวอเมริกันสามารถดื่มด่ำกับน้ำปั่นได้อย่างง่ายที่บ้าน
.
เครื่องปั่นถูกประดิษฐ์โดย Stephen Poplawski ในปี 1922 เขาได้ลองผสมโซดาลงไปในเครื่องดื่มเป็นครั้งแรก ภายหลังจึงมีการปรุงแต่งใส่กล้วยและสัปปะรดผสมลงไปกลายเป็น สมูทตี้กล้วย และสมูทตี้สัปปะรดเป็นครั้งแรกของโลกในราวปี 1940
.
ประกอบกับช่วงนั้น มีการเปิดตัวตู้เย็นแบบมีถังในตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งมีราคาถูกและคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ทำให้หลายบ้านซื้อตู้เย็นมาเพื่อแทนที่กล่องเก็บความเย็น (Old Ice Box) ทำให้มีการทำเครื่องดื่มปั่นเย็นได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้น วิวัฒนาการของสมูทตี้เริ่มพัฒนาเปลี่ยนแปลงสูตรมาเรื่อย ๆ มีการใส่โยเกิร์ตผสมลงไปพร้อมผลไม้ปั่น ทำให้เกิดเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้หวานเย็นและถูกอกถูกใจสายรักสุขภาพ
.
อย่างไรก็ตาม คำว่า ‘สมูทตี้’ ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากมายนัก จนกระทั่งปี 1970 Steven Kuhnau เขามีอาการแพ้แลคโตสทำให้ไม่สามารถดื่มนมวัวได้ เขาจึงได้ริเริ่มทำน้ำปั่นจากผลไม้สดและน้ำแข็งพร้อมปรุงแต่งรสให้มีรสชาติอร่อย จน ในปี 1973 เขาได้เปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพว่า ‘The Smoothie King’ และในปี 2018 บริษัทได้ทำการเปิดสาขาที่ 1001 บ่งบอกถึงความนิยมของสมูทตี้เป็นอย่างดี
.
ปัจจุบัน สมูทตี้ไม่ได้ใช้แค่เพียงผลไม้ แต่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นของหวานอย่างช็อกโกแลต เนยถั่ว วานิลลา และกลายเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้
#จานโปรด#สมูทตี้#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

