บั๋นหมี่ (Bánh Mì) หรือ แซนด์วิชเวียดนามที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ตัวขนมปังทรงสั้นผิวบางกรอบเนื้อนุ่มสไตล์ฝรั่งเศส ยัดไส้ตรงกลางด้วยเนื้อสัตว์และผักล้นๆ ตามสไตล์เวียดนาม เป็นมื้อเช้าที่ทั้งอิ่มอร่อยและดีต่อสุขภาพ
คำว่าบั๋นหมี่ เป็นภาษาเวียดนามแปลว่า “ขนมปัง” สำหรับคนทั่วไป มันก็อาจจะเป็นแค่ขนมปังทั่วไป แต่สำหรับคนเวียดนามหลายคน บั๋นหมี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ขของการสิ้นสุดลัทธิอาณานิคม การเหยียดเชื้อชาติของชาวยุโรป
นับตั้งแต่ปี 1887 ถึง 1954 ที่เวียดนามอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส สมัยนั้นการขนส่งอาหารจากฝรั่งเศสไปยั่งเวียดนามไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในทางปฏิบัติ ชาวฝรั่งเศสก็พยายามลองเพาะปลูกและทำปศุสัตว์ในเวียดนาม เพื่อให้สามารถกินอาหารแบบที่ตัวเองคุ้นเคยได้ แต่ว่าเวียดนามไม่สามารถปลูกข้าวสาลีได้ คนฝรั่งเศสก็เลยต้องขนส่งขนมปังบาแก็ตมายังเวียดนามซึ่งมีราคาสูงมาก ขนมปังบาแก็ตก็เลยเป็นเหมือนของหรูหราในสมัยนั้น และมีไว้สำหรับคนฝรั่งเศสเท่านั้น ส่วนคนเวียดนามถูกชาวฝรั่งเศสมองเหยียดว่าเป็นชนชาติที่ด้อยกว่า ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิกินอาหารแบบเจ้านาย
ทีนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทนำเข้าของเยอรมัน 2 แห่ง ได้ถูกฝรั่งเศสจับกุม ภายในโกดังนั้นเต็มไปด้วยอาหารตะวันตก ซึ่งไปๆ มาๆ อาหารเหล่านั้นก็กระจายไปยังตลาดท้องถิ่นในโฮจิมินห์ซิตี้ ในราคาที่ถูกมากๆ จนคนท้องถิ่นสามารถซื้อหาได้ นอกจากนี้สมัยนั้นเริ่มนำเข้าข้าวสาลีจากสหรัฐฯ ได้แล้ว และการประยุกต์วัตถุดิบในท้องถิ่นทำให้บาแก็ตไม่ใช่อาหารที่หาได้ยากอีกต่อไป
จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษ 1950 นายและนาง Le ได้ปรับแต่งบาแก็ตฝรั่งเศสโดยใช้ส่วนผสมของเวียดนาม แล้วยังใส่เนื้อสัตว์ ซอสพริก ผักดอง ผักเครื่องเคียงสไตล์เวียดนามลงไปในขนมปังเพื่อให้คนสามารถนำติดตัวไปกินได้ง่ายๆ
ไม่นานนัก ตามรถเข็นขายอาหาร ตลอดจนร้านอาหารต่างๆ ในเมืองไซ่ง่อน ก็เริ่มมีบั๋นหมี่ขาย จนกระทั่งปี 1975 ที่ไซ่ง่อนแตก ชาวเวียดนามอพยพหนีสงครามเวียดนามกันไป ส่วนใหญ่ก็ไปปักหลักอยู่ในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งคนเวียดนามเหล่านั้นก็ได้เอาบั๋นหมี่ไปเผยแพร่กับคนกลุ่มใหมม่ๆ จนทำให้บั๋นหมี่ของเวียดนามกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้
#จานโปรด#เวียดนาม#บั๋นหมี่#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

