ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเสน่ห์แบบฉบับเมืองแพร่ นั่นคือ “ผ้าห้อม”
หรือที่เรียกกันเต็มยศว่า “ผ้าหม้อห้อม”
ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ใคร ๆ ก็ต้องร้องว้าว เพราะย้อมด้วยธรรมชาติล้วน ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ![]()
.
ป้าเหลือง – ผู้สืบทอดห้อมแท้จากรุ่นสู่รุ่น
เรื่องราวของ ผ้าห้อมบ้านป้าเหลือง เริ่มต้นจากหัวใจของชาวทุ่งโฮ้ง จ.แพร่
‘ป้าเหลือง ทองสุข’ คือ ต้นตำรับผ้าห้อมที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบทอดมานานหลายชั่วอายุคน ก่อนจะส่งต่อสู่ ‘คุณพรรณี ทองสุข’ ลูกสาวหัวใจแกร่งผู้ยึดมั่นในรากเหง้าของตนเอง พร้อมพลิกโฉมผ้าห้อมให้กลายเป็นงานศิลป์ที่จับใจใครต่อใคร ![]()
.
ต่างจากต้นครามตรงที่ “ต้นห้อม”
ไม่ชอบแดด และชอบอากาศชื้น ต้องขึ้นตามดอยสูงเท่านั้น! แถมยังมีกรรมวิธีในการย้อมสุดประณีต เช่น การหมักใบห้อม 2 คืน แล้วผสมน้ำด่างจากขี้เถ้า ปูนแดง หรือปูนขาว ตีจนเกิดฟอง กว่าจะได้สีเข้มที่พร้อมย้อมแต่ละผืนนั้น ต้องใช้ทั้งฝีมือ ความอดทน และหัวใจล้วนๆ ![]()
![]()
.
ย้อมด้วยมือทุกขั้นตอน เพราะเครื่องจักรไม่สามารถแทนใจคนได้
ผ้าห้อมของบ้านป้าเหลืองยังคง วิธีการทำแบบโบราณทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะย้อม มัด ล้าง ตาก ทุกอย่างต้องทำด้วยมือ จึงได้เนื้อผ้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์และเสน่ห์ที่เครื่องจักรให้ไม่ได้
.
‘คุณพรรณี’ ยังต่อยอดผ้าห้อมให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยการเขียนเทียนลงผ้า เพื่อสร้างลวดลายที่โดดเด่น ใช้บล็อกไม้พิมพ์ลาย
ที่เธอออกแบบเองให้มีความร่วมสมัย แต่ยังกลิ่นอายล้านนา ผลลัพธ์คือ “ผ้าห้อมบ้านป้าเหลือง”
ที่ทั้ง เก่าแก่แต่ไม่โบราณ, คลาสสิกแต่ไม่เชย ![]()
![]()
.
จากผ้าชาวบ้านสู่เวที OTOP และ King Power
จากผ้าห้อมบ้าน ๆ ที่ทำด้วยใจ เมื่อได้เข้าร่วมประกวด OTOP ก็กลายเป็นดาวเด่นทันที จน King Power เห็นแววและเข้ามาสนับสนุนให้พัฒนาการตลาด วางขายในร้านดิวตี้ฟรี กลายเป็นของฝากสุดปังที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศต่างหลงรัก ![]()
.
สิ่งที่น่าชื่นชมไม่ใช่แค่ตัวผ้า…แต่คือหัวใจของชาวทุ่งโฮ้ง ![]()
เพราะทุกผืนของผ้าห้อมบ้านป้าเหลืองนั้น มีชาวบ้านช่วยกันย้อมและผลิต เป็นการกระจายรายได้ และยังทำให้ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ไม่หายไปไหน เป็นทั้งมรดกและความภาคภูมิใจของจังหวัดแพร่



