รู้ไหมว่า “ตาลปัตร” ที่เราเห็นพระสงฆ์ถือเวลาสวด หรือแสดงธรรม มีต้นกำเนิดมาจาก ใบตาลธรรมดาๆ นี่แหละ ![]()
![]()
![]()
.![]()
![]()
.
คำว่า ตาลปัตร มาจากคำว่า “ตาล” (ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใบใหญ่มากกก) + “ปัตร” ที่แปลว่า ใบ รวมกันจึงหมายถึง “ใบตาล” ![]()
.
ย้อนกลับไปสมัยก่อนพุทธกาล
ทั้งชาวอินเดียและลังกานิยมนำใบตาลมาเย็บเป็นพัด ใช้บังแดดบ้าง พัดลมบ้าง แต่ที่น่าสนใจคือ… พระสงฆ์ก็ใช้ด้วย! โดยเฉพาะเวลาที่ท่านต้องแสดงธรรม![]()
.
เมื่อชาวบ้านเห็นว่าพระใช้พัดใบตาล ก็เลยเกิดความศรัทธา
อยากทำพัดถวายท่านบ้าง
แต่เปลี่ยนวัสดุให้คงทนและสวยงามขึ้น เช่น ใช้ไม้ไผ่ ผ้าแพร ผ้าไหม ทำเป็นพัด แล้วประดับตกแต่งอย่างงดงามเพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา ![]()
.
ต่อมา พัดเหล่านี้ก็ถูกพัฒนาให้ดูสง่างามและมีลวดลายประณีตตามสมณศักดิ์ของพระ จนกลายมาเป็น “พัดยศ” หรือ ตาลปัตรยศ ที่เราเห็นในงานพิธีใหญ่ๆ ![]()
![]()
.
จากลังกา…สู่สยาม ![]()
![]()
![]()
ตาลปัตรไม่ได้มีเฉพาะในอินเดีย แต่ยังถูกส่งต่อมายังไทยผ่านพระสงฆ์ลัทธิลังกาวงศ์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ก่อนสมัยสุโขทัยเสียอีก!
พระสงฆ์ไทยจึงรับธรรมเนียมการใช้ตาลปัตรมาตั้งแต่นั้น และปฏิบัติสืบต่อมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ![]()
.
ทั้งใน งานมงคล เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ วันเกิด งานแต่ง
หรือ งานอวมงคล อย่างงานศพ
พระสงฆ์จะใช้ตาลปัตรทั้งเพื่อความสำรวม ความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรม
.
ตาลปัตรวันนี้ มีหลายแบบ หลายใจความ ![]()
ตาลปัตรหน้านาง – รูปไข่ ด้านบนมน ด้านล่างเรียว มีด้ามยาว ใช้กันทั่วไปในการให้พรและอนุโมทนา ![]()
ตาลปัตรพัดรอง – มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ใช้แทนพัดใบตาลเดิมที่งองุ้มไม่งาม โดยนำผ้ามาหุ้ม ปักลวดลายงดงาม เป็นของพระราชทานในงานพิธีพิเศษ ![]()
.
แล้วทำไมพระถึงต้องใช้ “พัดบังหน้า”? ![]()
มีเรื่องเล่าไว้ว่า…
สมัยหนึ่ง พระกัจจายนเถระผู้รูปงามมาก ขณะท่านแสดงธรรมกลับมีสตรีแอบหลงรัก!
เพื่อไม่ให้ผู้ฟังไขว้เขว ท่านจึงอธิษฐานให้ตนมีรูปร่างไม่น่ามองอีกต่อไป จนกลายเป็นพระพุทธสาวกอ้วนพุงพลุ้ย ![]()
.
จากนั้นจึงเกิดธรรมเนียมการใช้ พัดบังหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความวอกแวก ขณะฟังธรรม![]()
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง
ว่าเดิมทีพระใช้พัดใบตาลปิดจมูกเวลา “ปลงศพ” เพราะกลิ่นศพแรงมาก
และต่อมาจึงกลายเป็นประเพณีที่พระต้องถือพัดตาลปัตรในพิธีกรรมต่าง ๆ
.
ในคัมภีร์ วิมติวิโนทนี ก็กล่าวไว้ว่า การบังหน้าด้วยตาลปัตรช่วย…
ป้องกัน “หัตถวิการ” (ยกไม้ยกมือมากเกินไป)
ป้องกัน “มุขวิการ” (ทำหน้าท่าทางไม่เหมาะสม)
ป้องกัน “วิสภาคารมณ์” (ใจฟุ้งซ่าน)

