“ผ้าเยียรบับ” ผ้าทอทองแห่งราชสำนัก ![]()
สะท้อนอำนาจ ฐานันดร และสายสัมพันธ์ระหว่างสยามกับโลกตะวันออกกลาง
.
รู้จักไหมว่า “ผ้าเยียรบับ” ที่เจ้านายฝ่ายในเคยใช้ในราชสำนักสยาม
แท้จริงแล้วมีรากเหง้ามาจากเปอร์เซีย? ชื่อนี้เพี้ยนมาจากคำว่า Zarbaft (زر بافت) ในภาษาเปอร์เซีย ซึ่งหมายถึง “ผ้าทอด้วยทอง” หรือ “ผ้าทองทอมือ”
.
ผ้าเยียรบับมีลักษณะเด่นคือ ทอด้วยเส้นไหมสีสดใส
ผสมกับเส้นโลหะทองหรือเงิน เป็นลวดลายดอกหรือเครือเถา ![]()
มีความระยิบระยับดุจผืนทองคำ มักทอบนผ้าสีแดงเข้ม เขียวเข้ม น้ำเงิน หรือดำ เพื่อขับความงามของเส้นทองให้โดดเด่น
.
ในประวัติศาสตร์ ผ้าเยียรบับมีการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งทรงนิยมฉลองพระองค์ด้วยผ้าต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ผ้าเยียรบับแดงลายทอง” ซึ่งอาจนำเข้าจากอิหร่าน อินเดีย หรือทางยุโรปผ่านบริษัทอินเดียตะวันออก
.
ผ้าเยียรบับจึงกลายเป็นเครื่องแต่งกายของเจ้านายฝ่ายใน หรือ ขุนนางชั้นสูง ในงานพระราชพิธี เช่น การเข้าเฝ้า การแต่งเต็มยศ หรือวันราชการสำคัญ ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องความงาม หากแต่เป็น การแสดงฐานันดรศักดิ์ และ พลังอำนาจแห่งราชสำนัก
.
นอกจากนี้ ผ้าเยียรบับยังเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตระหว่างสยามกับโลกมุสลิมและยุโรป
ในช่วงศตวรรษที่ 16–18 แสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้าง และรสนิยมอันวิจิตรของราชสำนักไทย
.
ในปัจจุบัน ผ้าเยียรบับต้นฉบับบางผืนยังคงเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และถือเป็นหนึ่งในผ้าหายากที่สุดของราชสำนักไทย โดดเด่นด้วยความหรูหราและเรื่องเล่าที่สอดแทรกอยู่ในเส้นใยแต่ละเส้น
.
ผ้าเยียรบับจึงไม่ใช่แค่ “ผ้าสวย”
แต่คือ บทกวีแห่งเส้นทอง ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของราชสำนักและความลุ่มลึกของอารยธรรมไทย

