หากพูดถึงเครื่องมือช่วยในการฝัดข้าว
หรือ ตากเมล็ดพืชพันธุ์ คนไทยคงคุ้นเคยกับ “กระด้ง” เป็นอย่างดี ซึ่งหนึ่งในลวดลายที่มีเอกลักษณ์และพบได้ทั่วไปคือ “กระด้งลายบองหยอง”
.
กระด้งชนิดนี้ มีความแตกต่างจากกระด้งลายขอ ตรงที่วิธีการสานค่อนข้างง่ายกว่า ใช้ ตอกไม้ไผ่เส้นใหญ่กว่า และไม่มีข้อปล้อง
ทำให้พื้นผิวของกระด้งเป็นลายเรียบ ๆ ธรรมดา แต่ยังคงแข็งแรงและใช้งานได้ดี
.
ประโยชน์ของกระด้งลายบองหยอง
กระด้งลายบองหยองถูกนำมาใช้ฝัดข้าวและเมล็ดพืชพันธุ์ ช่วยแยกข้าวเปลือกออกจากแกลบ หรือคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี นอกจากนั้นยังมี “กระด้งมอน” ซึ่งเป็นกระด้งกลมขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างกว่า กระด้งฝัดข้าวทั่วไปถึงสองเท่าใช้สำหรัตากพืชผลทางการเกษตร ให้แห้งก่อนนำไปเก็บรักษาหรือจำหน่าย
.
ปัตตานี แหล่งจักสานกระด้งที่ขึ้นชื่อ
แม้ว่าการจักสานจะเป็นภูมิปัญญาที่พบได้ทั่วไทย
แต่ในจังหวัดปัตตานี ถือเป็นแหล่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการสานกระด้ง โดยเฉพาะในตำบลท่าข้าม อำเภอปะนาเระ ซึ่งมีการรวมกลุ่มช่างฝีมือกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ในนาม “กลุ่มบ้านท่ามะนาว” ![]()
.
ในช่วงแรก กลุ่มจักสานได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชน ทำให้มีแรงขับเคลื่อนต่อเนื่อง แต่เมื่อขาดการบริหารที่ดี สมาชิกหลายคนจึงเลิกอาชีพจักสานไป อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มีทั้งวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ที่ร่วมกันฟื้นฟูการจักสานกระด้ง โดยยังคงยึดอาชีพทำนาเป็นหลัก และทำจักสานเป็นอาชีพเสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว
.
จากเครื่องมือชาวนา สู่หัตถกรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่า
แม้ว่าในปัจจุบันเครื่องจักรจะเข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตรมากขึ้น
แต่กระด้งจักสานไม้ไผ่ ยังคงได้รับความนิยม เพราะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทนทาน ใช้งานได้ดี และสะท้อนภูมิปัญญาไทย นอกจากนี้ งานจักสานแบบดั้งเดิมยังได้รับความสนใจจากตลาดหัตถกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
.
หากคุณมีโอกาสได้ไปเยือนปัตตานี อย่าลืมมองหางานจักสานคุณภาพเยี่ยมจากช่างฝีมือท้องถิ่น เป็นของใช้คู่ครัว หรือของฝากที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของภูมิปัญญาไทย

