“เคียวจิน, ไทโฮ, ทามาโกะยากิ” 3 สิ่งนี้นับว่าเป็นไตรภาคีที่เคยได้รับการกล่าวถึงในยุค 60s ว่าเป็นสามสิ่งที่เด็กญี่ปุ่นชื่นชอบมากที่สุด โดยในส่วนของเคียวจินกับไทโฮนั้น คนต่างวัฒนธรรมอย่างเรา ๆ อาจจะไม่ได้อินเหมือนกันกับชาวญี่ปุ่นมากนัก โดยเคียวจินเป็นชื่อของทีมเบสบอล และไทโฮเป็นชื่อของนักซูโม่ ที่เราอาจจะไม่เคยดู แต่สำหรับทามาโกะยากินั้น นับว่าเป็นอะไรที่คนทั่วโลกต่างรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง
ทามาโกะยากิที่เราพูดถึงนี้ สำหรับคนไทยเราอาจจะรู้จักกันในชื่อของไข่ม้วนญี่ปุ่น หรือไข่หวาน (คนละไข่หวานกับที่ใส่ในบัวลอย) ซึ่งเรามักจะเห็นมันอยู่ในเมนูของร้านซูชิเป็นส่วนใหญ่ โดยเรื่องราวของไข่ม้วนญี่ปุ่นนี้ พบที่เก่าที่สุดคือในช่วงต้นยุคเอโดะ ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่กฏการห้ามกินเนื้อสัตว์ของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่รัชสมัยของจักรพรรดิเท็มมุซึ่งห้ามกินเนื้อวัว ไก่ สุนัข ม้า และลิงถูกยกเลิกไป ทำให้ไข่ไก่ถูกนำมารังสรรค์เป็นมื้ออาหารโดยกลุ่มชนชั้นโจนิน ซึ่งจะมีลักษณะที่แอบฟังดูคล้ายกับไข่ตุ๋นอยู่หน่อย ๆ โดยจะเป็นน้ำซุปที่มีส่วนผสมของสาหร่อยคอมบุกับปลาคัตสึโอะแห้ง แล้วจึงตีไข่ใส่ลงไปแล้วไปนึ่ง ก่อนที่ในสมัยใหม่จะมีการใช้กระทะแบนทรงสี่เหลี่ยมที่เรียกว่ามากิยากินาเบะแทน แล้วทำคล้าย ๆ กับไข่เจียวออมเล็ตต์
ในช่วงทศวรรษที่ 1950s นับว่าเป็นช่วงที่ไข่ม้วนญี่ปุ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก่อนที่จะพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงทศวรรษที่ 1960s โดยได้รับความนิยมในหมู่เด็ก ซึ่งเป็นนโยบายของทางการที่ให้ครอบครัวปลูกฝังให้เด็กกินไข่และเนื้อเพื่อเพิ่มโปรตีนกัน ทำให้ชีวิตของเด็กญี่ปุ่นในยุค 60s ผูกพันอยู่กับไข้ม้วนนี้เรื่อยมา โดยนิยมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียน
ในปัจจุบันนี้ไข่ม้วนญี่ปุ่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ทางอาหารที่ถูกส่งออกมาในฐานะวัฒนธรรมประชานิยมจากญี่ปุ่นที่ผู้คนหมู่มากรู้จักหากพูดถึงมื้ออาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบหลักในสำรับอาหารญี่ปุ่น พร้อม ๆ กับซูชิที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
#จานโปรด#ญี่ปุ่น#ไข่ม้วน#ไข่หวาน

