ถ้าพูดถึงชาชื่อดังหอม ๆ หรู ๆ ที่นอกเหนือจากชาจีนแล้ว ชื่อของชาที่ฟังดูเป็นตะวันตกอย่างชาเอิร์ลเกรย์เองก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักกัน อย่างที่เรารู้กันว่าชาวอังกฤษดื่มชาแบบจริงจังมาก แต่เคยสงสัยไหมว่าเอิ์ลเกรย์เขาเป็นใคร และเกี่ยวอะไรกับชา? แล้วชาเอิร์ลเกรย์เป็นชาจีนหรือชาอินเดีย?
ชาเอิร์ลเกรย์แตกต่างจากชาอื่นยังไง? ทำมาจากดอกหรือใบอะไร? ในส่วนนี้ชาเอิร์ลเกรย์มีลักษณะเป็นชาดำแบบเบลนด์ที่มีส่วนผสมของชาหลากชนิด มีใส่น้ำมันเบอกาม็อทให้ได้กลิ่นและรสสัมผัสที่แปลกใหม่ โดยดั้งเดิมจะเป็นชาจีนอย่างชาฉีเหมิน ก่อนที่จะเริ่มผสมกับชาอย่างแลปซาง ซูชองเข้าไปบ้าง บางครั้งก็อาจจะผสมชาอื่น ๆ เข้าไปแทน ทั้งนี้ทั้งนั้นวัตถุดิบหลักของชาเอิร์ลเกรย์คือมักจะมีน้ำมันเบอกาม็อทอยู่ ซึ่งการเอาน้ำมันเบอกาม็อทมาผสมกับชานี้กิดขึ้นครั้งแรกราวช่วงศตวรรษที่ 19 และมีตำนานเรื่องเล่าที่น่าสนใจ
กล่าวกันว่าในช่วงศตวรรษที่ 19 ชาร์ล เกรย์, เอิร์ลเกรย์ที่ 2 ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการทูต ณ ประเทศจีน ในระหว่างนั้นได้มีโอกาสช่วยชีวิตชายชาวจีนคนหนึ่งไว้ พ่อของชายชาวจีนคนนั้นจึงได้เอาชาเบลนด์สูตรเฉพาะมามอบให้แทนคำขอบคุณ อย่างไรก็ดีตำนานเรื่องนี้อาจจะไม่จริงเท่าไหร่นัก เพราะไม่เคยมีหลักฐานว่าเอิร์ลเกรย์เคยไปเมืองจีนมาก่อน
อีกหนึ่งเรื่องเล่าฟังดูเป็นไปได้มากกว่าคงจะเป็นเรื่องราวของชาร์ล เกรย์ในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้รับของขวัญจากทูตชาวจีนเป็นใบชาที่ถูกผสมกันมาอย่างดีและหยดน้ำมันเบอกาม็อทลงไป โดยคาดว่าเป็นของขวัญเอาใจเนื่องในโอกาสที่ชาร์ล เกรย์สามารถผูกขาดตลาดชากับจีนได้สำเร็จ โดยนอกจากเรื่องเล่านี้แล้วก็มีเรื่องเล่าที่เป็นไปได้อื่นเหมือนกันอย่างการคิดค้นขึ้นมาโดยชาวจีนเพื่อกำจัดรสและกลิ่นของปูนไลม์ซึ่งพบมากในน้ำดื่มจากเมืองของตระกูลเกรย์ โดยเลดี้เกรย์มักจะนำเอาชานี้ไปรับแขกบ่อย ๆ เกิดการบอกกันปากต่อปาก และเกิดการขายต่อกันไปจนกลายเป็นธุรกิจชาเอิร์ลเกรย์ขึ้นมา
เรื่องราวของชาเอิร์ลเกรย์เป็นตัวอย่างของการประดิษฐ์ผสมจากชาแบบเดิม ๆ ให้มีรสชาติและรสสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป ตลอดจนชี้ให้เห็นว่าอาหารเมนูหนึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะแตกขยายออกไปสู่รูปแบบรสชาติใหม่ ๆ ได้อย่างไร ประกอบเรื่องเล่าที่น่าสนใจทำให้ชาเอิร์ลเกรย์กลายเป็นชาที่มีเอกลักษณ์และเป็นตัวของตัวเองได้
#จานโปรด #ชา

