ก้อนชีสแช่น้ำนมเย็น ๆ รสหวานหอมนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งในขนมหวานอินเดียที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเป็นอย่างดีพอ ๆ กับกุหลาบจามุนที่หวานแสบไส้สำหรับใครหลาย ๆ คน (ซึ่งไม่ใช่สำหรับผู้เขียน) ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนมองว่าราสมาลัยเป็นอะไรที่กินง่ายกว่ากุหลาบจามุนเยอะเลย ซึ่งเรื่องราวของขนมจานนี้เองก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
.
ราสมาลัยเป็นอาหารที่มีส่วนผสมทั้งจาก นม เครื่องเทศ และน้ำตาล โดยเฉพาะนมซึ่งเป็นส่วนผสมหลักทั้งน้ำนมและตัวก้อนชีสของ ชื่อของราสมาลัย สันนิษฐานว่าเป็นคำที่มาจากภาษาเบงกาลีว่า รอศมาลัย ซึ่งจากรากศัพท์นี้เองที่ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าเป็นอาหารที่เกิดขึ้นในแถบภูมิภาคเบงกอล
.
เรื่องราวของราสมาลัยต้องย้อนเวลากลับไปราวช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเล่ากันว่าเป็นผลงานการคิดค้นของร้านขนมหวานแห่งหนึ่งของกฤษณะ จันทรทาส ซึ่งหยิบเอาอาหารอย่างก้อนชีส “ราสกูล่า” ซึ่ง “เคลม” ว่าเป็นผลงานการคิดค้นของโนบิน จันทรา พ่อของเขา (ราสกูล่านับว่าเป็นอาหารแห่งความขัดแย้งที่มีการเคลมกันไปมาระหว่างรัฐในอินเดียจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเลยทีเดียว) มาประยุกต์โดยการนำไปแช่ในน้ำนมให้ก้อนชีสที่ดูเหมือนฟองน้ำนั้นดูซับเอาน้ำนมเข้าไว้ข้างในอย่างเต็มเปี่ยม
.
อย่างไรก็ดี เรื่องเล่าดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่ไม่มีมูลหรือหลักฐานยืนยันมากนักว่าร้านของกฤษณะ จันทรทาสได้คิดค้นอาหารจานนี้ขึ้นมาจริง ๆ บวกกับเหตุการณ์เคลมไปมาของราสกูล่าทำให้ประวัติของราสมาลัยยังไม่แน่นอนมากนัก
.
แต่ไม่ว่าราสมาลัยจะมีความเป็นมาอย่างไรมันก็ยังคงยากที่จะปฏิเสธได้ว่าขนมชิ้นนี้มันอร่อยจริง ๆ แถมมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้านด้วย(?) โดยนมนั้นก็ช่วยเสริมแคลเซียม และก้อนชีสเองก็มีโปรตีนช่วยเสริมมวลกล้ามเนื้ออีกต่างหาก นับว่าทั้งอร่อยและมีประโยชน์จริง ๆ
อ้างอิง:
https://www.cadburydessertscorner.com/…/the-theories…

