“ควอดราทูร่า” คืออะไร? รู้จักความลับของภาพลวงตาในโบสถ์บาโรก

ศิลปะการตกแต่งเพดานในงานสถาปัตยกรรมนับว่าเป็นอะไรที่มีให้พบเห็นมากมายในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายสัญชาติและวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่นสถาปัตยกรรมแบบไทย ๆ เราอาจจะรู้สึกคุ้นชินกับการตกแต่งเพดานให้ดาดาดด้วยลวดลายดวงดาวดังที่เรียกกันว่าดาวเพดานซึ่งผูกโยงกับความเชื่อในเรื่องของท้องฟ้าที่ว่าพื้นที่ของอุโบสถเป็นส่วนหนึ่งของสวรรค์และอยู่ใกล้ชิดกับดวงดาว แต่รู้หรือไม่ว่าในทางสถาปัตยกรรมตะวันตกเองก็มีการเขียนเพดานให้อยู่อยู่ในลักษณะของท้องฟ้าเหมือนกันด้วย ซึ่งนั่นก็คือภาพลวงตาที่เรียกกันว่า “ควอดราทูร่า” (Quadratura) ที่เราจะพาไปรู้จักกันในวันนี้

ควอดราทูร่าเป็นศัพท์ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 เพื่ออธิบายรูปแบบของจิตรกรรมบนเพดานที่นิยมเป็นอย่างมากในศิลปกรรมบาโรก ซึ่งเขียนขึ้นมาเป็นลักษณะของภาพตรอมเปลอ (Trompe l’œil) ซึ่งเป็นภาพลวงตาที่นิยมวาดกันในยุคเรอเนซองส์ โดยควอดราทูร่าจะมีลักษณะสำคัญก็คือป็นการเปิดพื้นที่ในโบสถ์ให้ดูกว้างขึ้น

ในแง่ของ visual representation ของศิลปกรรมยุคบาโรก อย่างที่เราทราบกันดีก็คือมีความนิยมตกแต่งผสานทั้งจิตรกรรม สถาปัตยกรรม และประติมากรรมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งด้วยความที่มันเยอะก็เลยทำให้โบสถ์นั้นดูรกไปด้วยการตกแต่งภายในและดูแคบผิดปกติ ซึ่งนั่นก็เลยทำให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยการทำให้กว้างขึ้นผ่านควอดราทูร่า

ควอดราทูร่านิยมวาดกันเป็นภาพของท้องฟ้าที่ต่อขึ้นไปจากตัวผนังและเสาของสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าทั้งแม้โบสถ์จะแคบ แต่ก็ดูสูงมากจากภายใน จะขอยกตัวอย่างภาพเพดานของพอสโซในโบสถ์ซานอิกนาซิโอในกรุงโรม (Sant’Ignazio) มาให้ชมด้านล่าง ซึ่งจากภาพเราจะเห็นว่าตัวชิ้นงานมีความโดดเด่นที่ศิลปินจะต่อขยายสถาปัตยกรรมด้วยภาพวาดย่นย่อสัดส่วนให้ดูเหมือนกับมันสูงทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่มีหลังคาเป็นพื้นที่เปิดโล่งให้เห็นเหตุการณ์การขึ้นสวรรค์ของนักบุญ ซึ่งภาพนี้เองจะสอดคล้องกับหลักการของศิลปกรรมบาโรกที่จะผนวกเอาทั้งจิตรกรรม สถาปัตยกรรม และประติมากรรมเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งมีผลต่อความงามแบบแยกกันไม่ขาดนั่นเอง
#ที่โปรด#สถาปัตยกรรม#ประวัติศาสตร์#ต่างประเทศ