พระธาตุคู่เมืองกับเทคนิคหุ้มทองแบบล้านนา
ถ้าพูดถึง “พระธาตุดอยสุเทพ” แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะพระธาตุดอยสุเทพนับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางไปชมในเชียงใหม่เลยก็ว่าได้
พระธาตุดอยสุเทพถูกสร้างขึ้นราวรัชสมัยของพระเจ้ากือนา ดังที่เคยเล่าไปในโพสต์ประวัติวัดผาลาด โดยเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่พระสุมนเถระพบที่เมืองบางขลัง โดยเดิมพระสุมนเถระกับพระบรมสารีริกธาตุพำนักอยู่ที่วัดพระยืนก่อนที่จะย้ายมายังวัดสวนดอก ซึ่งตำนานเล่าว่าพระธาตุได้แสดงปาฏิหาริย์แบ่งภาคออกเป็นสององค์ จึงได้แบ่งองค์หนึ่งไว้ที่วัดสวนดอก อีกองค์หนึ่งให้นำขึ้นหลังช้างเสี่ยงทายไปว่าจะไปประดิษฐานที่ไหน ซึ่งช้้างก็นำพาพระบรมสารีริกธาตุขึ้นมาหยุดที่ยอดดอยสุเทพ และจึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงพร้อมกับสร้างเจดีย์ไว้ประดิษฐาน กระทั่งมีการสร้างใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมในรัชสมัยของพระเมืองเกษเกล้า และในรัชสมัยของท้าวซายคำก็ได้ให้มีการหุ้มองค์พระธาตุด้วย “ทองจังโก้” และมีการปฏิสังขรณ์ต่อเติมเรื่อยมาอีกหลายรัชสมัย
ดังที่หัวข้อของโพสต์นี้ได้จั่วมาว่า “พระธาตุคู่เวียงกับศาสตร์ของงานทองล้านนา” เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของ “ทองจังโก้” กัน ถ้าพูดถึงทองจังโก้เชื่อว่าคนภาคอื่นน้อยคนจะรู้จัก โดยทองจังโก้นี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบงานศิลปกรรมที่พบได้มากในล้านนา
ทองจังโกเป็นลักษณะของแผ่นทองเหลืองที่ตีแผ่จนบาง มีการลงรักปิดทองหรือดุนลายให้สวยงามก่อนที่จะนำไปใช้หุ้มองค์เจดีย์ โดยมีคุณประโยชน์และวัตถุประสงค์สำคัญสำหรับใช้เพื่อป้องกันการสึกกร่อนขององค์เจดีย์ ทั้งจากลมหรือจากความชื่นก็ดี ซึ่งการนำไปหุ้มนี้จะใช้วิธีการตอกตะปูยึดเข้ากับตัวเจดีย์ (ทำให้เราเห็นเจดีย์ล้านนาหลายแห่งมีรูตะปูอยู่ซึ่งช่วยให้สามารถสันนิษฐานได้ว่าองค์เจดีย์นั้น ๆ เคยมีการติดทองจังโก้)
การหุ้มทองจังโก้นับว่าเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาและศาสตร์ที่สำคัญในงานช่างที่จะช่วยในการรักษาอายุของชิ้นงานสถาปัตยกรรมให้คงอยู่ต่อไป อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักกับ “สีทองแห่งศรัทธา” กันมาบ้าง ซึ่งเป็นวิธีการทาสีทองทาบ้านลงบนโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่ไม่ถูกต้องในแง่ของการอนุรักษ์และอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับโบราณสถานโบราณวัตถุได้ ทองจังโก้ของพระธาตุดอยสุเทพ และพระธาตุอื่น ๆ ในล้านนาจึงเป็นเหมือนกับอีกหนึ่งร่องรอยของงานช่างโบราณที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ทั้งศาสตร์ของการหุ้มทองและตัวโบราณสถานไปพร้อม ๆ กัน


อ้างอิง:

