วัฒนธรรมขนมหวานของญี่ปุ่น นับว่าเป็นอะไรที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาติตะวันตกมากพอสมควร ซึ่งปรากฏให้เห็นมากมายเช่น คัสเตลล่า, คมเปย์โตะ, เป็นต้น แน่นอนว่าอาหารส่วนใหญ่มักจะมีอิทธิพลหลักจากชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามา แต่ก็มีขนมหลายอย่างที่ผู้นำเข้ามาไม่ใช่โปรตุเกส ยกตัวอย่างก็เช่น “บามคูเฮน” ที่เราจะมาพูดถึงกันในโพสต์นี้
“บามคูเฮน” หรือ “เบาม์คูเคิน” เป็นเค้กอย่างหนึ่งที่มีรูตรงกลางและมีหน้าตัดจนเห็นวงชั้นด้านใน โดยชื่อของมันมีความหมายถึงเค้กต้นไม้ ซึ่งสะท้อนผ่านลายวงที่เกิดขึ้นบนหน้าตัดของเค้กซึ่งมีลักษณะเหมือนกับวงปีต้นไม้ โดยในส่วนของที่มาก็มีหลายเรื่อง โดยเรื่องหนึ่งว่าเกิดขึ้นที่เมือง Salzwedel ในขณะที่อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่าเกิดจากเค้กแต่งงานของฮังการีโดยฝีมือของเชฟคนหนึ่งที่เคยทำงานในฮังการีมาก่อน โดยมีหลักฐานปรากฏในสูตรเบาม์คูเคินของเขาที่มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ตลอดจนได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งเค้ก” และเป็น “เค้กของราชา” เพราะพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮ็ล์มที่ 4 ทรงโปรดปรานเค้กนี้เป็นอย่างมาก
จากเบาม์คูเคินได้เดินทางมาเป็นบามคูเฮน เมื่อราว ๆ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเชลยสงครามชาวเยอรมันคนหนึ่งที่ถูกจับจากการปิดล้อมที่ซิงเต่า ซึ่งเป็นยุทธการระหว่างเยอรมันกับอังกฤษและญี่ปุ่นในดินแดนจีน โดยเมื่อสงครามจบ เชลยคนดังกล่าวก็ได้ถูกปล่อยตัวและตัดสินใจเปิดร้านขนมตั้งรกรากอยู่ในญี่ปุ่นต่อที่ฮิโรชิม่า ก่อนที่จะทำบามคูเฮนขึ้นมาขายในนิโนชิม่าและเปิดร้านที่โยโกฮาม่าตามลำดับ แต่น่าเสียดายที่ร้านของเขาพังทลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เขาจึงย้ายมาเปิดร้านใหม่ที่โกเบแทน ด้วยเส้นทางที่ย้ายไปมาเรื่อย ทำให้ชื่อเสียงของบามคูเฮนได้เดินทางไปทั่วญี่ปุ่นและเป็นที่นิยมเรื่อยมา โดยคนญี่ปุ่นมักจะให้บามคูเฮนเป็นของขวัญกัน ตลอดจนเป็นเค้กแต่งงานยอดนิยมอีกด้วย
เรื่องราวของบามคูเฮนสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางของวัฒนธรรมอาหารจากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง ทำให้อาหารถูกเผยแพร่ไปในทุก ๆ ที่ที่คนเดินทางไปถึงกระทั่งได้รับความนิยมไปทั่วดินแดนจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งสำรับอาหารสำคัญในวัฒนธรรมนั้น ๆ ไป
#จานโปรด#บามคูเฮน#ญี่ปุ่น#เยอรมัน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

