แผ่นแป้งบาง ๆ ที่กินคู่กับอาหารอื่น ๆ เป็นวัฒนธรรมที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นนานและโรตีของอนุทวีปอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, พีต้าของแถบอาหรับและเมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน อีกซีกโลกหนึ่งที่ไม่ได้ติดต่อกับยูเรเซียอย่างในอเมริกาเอง ก็มีวัฒนธรรมแผ่นแป้งบาง ๆ นี้เหมือนกัน ดังเช่นที่ปรากฏในภูมิภาคเมโสอเมริกา หรืออเมริกากลาง กับอาหารที่ถูกเรียกขานโดยเจ้าอาณานิคมว่า “ตอร์ตีย่า”
“ตอร์ตีย่า” เป็นชื่อที่ชาวสเปนนำมาใช้เรียกวัฒนธรรมแผ่นแป้งบาง ๆ ที่ชาวแอซเท็กกินกันในชีวิตประจำวัน โดยมีความหมายประมาณว่า “เค้กน้อย ๆ” ในขณะที่ชื่อในภาษานาวัตล์เรียกว่า “ตลัชกัลลิ” (สัทอักษร: [t͡ɬaʃˈkalli]) โดยมีประวัติเก่าแก่ย้อนไปก่อนหน้าชาวแอซเท็กอีก โดยเล่ากันว่าเป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวมายันในอเมริกากลาง
ตามตำนานเล่าว่าตอร์ตีย่าถูกประดิษฐ์ขึ้นมาโดยสามัญชนเพื่อมอบให้แก่กษัตริย์มายันที่กำลังหิวโหย โดยการเอาข้าวโพดซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรหลักของภูมิภาคมารังสรรค์เป็นแผ่นแป้งบาง ๆ เมื่อราว ๆ 12,000 ปี ก่อน อย่างไรก็ดี เรื่องเล่าก็ยังคงเป็นเรื่องเล่า เพราะชาวมายารู้จักปลูกข้าวโพดและทำการเกษตรเมื่อราว ๆ ช่วงปลายยุคอาร์เคอิกของชาวมายาราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล หรือราว ๆ 4,500 กว่าปีก่อน เท่านั้นเอง
ตอร์ตีย่ามีวัตถุดิบหลักเป็นข้าวโพดมาโดยตลอดจนกระทั่งการมาถึงของเฮอร์นาน คอร์เตส และการตั้งอาณานิคมสเปนที่นำเอาแป้งสาลีเข้ามาปลูกด้วย ทำให้เกิดตอร์ตีย่าจากแป้งสาลีขึ้นมา เป็นการผสมผสานของผลผลิตจากต่างแดนที่เข้ามาเป็นวัตถุดิบในอาหารท้องถิ่นซึ่งพบเห็นได้ทั่วโลก โดยตอร์ตีย่าแป้งสาลีนี้ค่อนข้างเป็นอะไรที่พบเห็นได้มากในเม็กซิโกปัจจุบัน
วัฒนธรรมแป้งของตอร์ตีย่านับว่าเป็นอีกหนึ่งจานหลักของวัฒนธรรมการกินในทวีปอเมริกาที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในอเมริกากลางแต่ยังแพร่ขยายไปสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ในแถบอเมริกาใต้ด้วย โดยกลายเป็นอีกหนึ่งอาหารที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและมีความหลากหลายมากขึ้นตามความนิยมของผู้บริโภค ตลอดจนถูกนำไปสร้างสรรค์เพิ่มเติมจนเกิดเป็นเมนูที่หลากหลายตลอดมา
#จานโปรด#เม็กซิกัน#ตอร์ติย่า

