“โถเบญจรงค์ครุฑยุดนาค” เครื่องถ้วยชั้นสูงแห่งราชสำนักไทย

หากพูดถึง “เบญจรงค์” หลายคนอาจนึกถึงภาชนะลวดลายไทยสีสันสดใส แต่เบื้องหลังความงดงามของเครื่องถ้วยแต่ละใบ กลับซ่อนเรื่องราวของราชสำนัก การค้าระหว่างไทย–จีน และภูมิปัญญาของช่างฝีมือเอาไว้

.

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “โถพร้อมฝา เบญจรงค์ลายหน้าขบและครุฑยุดนาค” ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 24 ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องวสันตพิมาน (ล่าง) หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยเป็นของหลวงที่พระราชทานยืมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470

.

มองเผิน ๆ โถใบนี้โดดเด่นด้วยพื้นสีเขียวและลวดลายสีแดง ทอง และสีสันสดใส แต่เมื่อพิจารณาใกล้ ๆ จะพบรายละเอียดที่แน่นขนัดไปด้วยศิลปะไทย ฝาโถประดับด้วย ลายหน้าขบ สลับกับลายก้านขดบนพื้นเขียว ส่วนตัวโถโดดเด่นด้วยภาพ ครุฑยุดนาค ในกรอบลายพุ่มข้าวบิณฑ์สีแดง สลับกับลายหน้าขบ ขณะที่พื้นโถตกแต่งด้วยลายก้านขด กระหนกเปลว และลายหน้าสิงห์ ทุกองค์ประกอบถูกตัดเส้นด้วยสีทอง ตั้งแต่ขอบปาก ขอบเชิง ไปจนถึงลวดลายบนตัวภาชนะ ทำให้โถทั้งใบดูวิจิตรและสง่างามสมกับเครื่องถ้วยที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก

.

ความพิเศษของโถเบญจรงค์ใบนี้อยู่ที่กระบวนการผลิต เพราะนี่คือตัวอย่างของ “เครื่องถ้วยลายอย่าง” ที่ช่างไทยเป็นผู้กำหนดแบบและลวดลาย ก่อนส่งไปให้ช่างจีนผลิตตามแบบ แหล่งผลิตสำคัญอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซี โดยเฉพาะเมือง จิ่งเต๋อเจิ้น (Jingdezhen) ในมณฑลเจียงซี แหล่งผลิตเครื่องเคลือบชื่อดังของจีน

.

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ภาชนะที่มีลวดลาย ครุฑ ไม่ได้เป็นเครื่องถ้วยที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายทั่วไป แต่สันนิษฐานว่าเป็นของที่จัดทำขึ้นสำหรับใช้ในราชสำนักโดยเฉพาะ

.

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายถึงเครื่องถ้วยลักษณะนี้ว่า เมื่อถึงรัชกาลที่ 1 ช่างหลวงไทยได้จัดทำแบบลวดลายไทยขึ้นใหม่ โดยยังยึดแบบอย่างที่งดงามจากสมัยกรุงเก่าเป็นพื้น ก่อนส่งไปผลิตที่เมืองจีน และเครื่องถ้วยที่มีลวดลายครุฑ ราชสีห์ หรือเทพพนม เป็นของที่มีจำนวนไม่มาก เพราะสั่งทำในฐานะ “ของหลวง” ไม่ได้มีไว้สำหรับใช้กันทั่วไป

.

ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เครื่องถ้วยเบญจรงค์และเครื่องถ้วยลายน้ำทองได้รับความนิยมอย่างมากในราชสำนัก มีทั้งแบบลงพื้นสีทอง แต้มสีทอง และการตัดเส้นทองเพื่อเน้นรายละเอียดของลวดลาย

.

เหตุผลที่ต้องลงสีทองภายหลังการเขียนสีเบญจรงค์ ก็เพราะสีทองใช้อุณหภูมิในการเผาต่ำกว่า โดยสีเบญจรงค์จะเผาที่ประมาณ 750–850 องศาเซลเซียส ขณะที่สีทองใช้ประมาณ 700–800 องศาเซลเซียส

.

ช่วงเวลานี้ยังสอดคล้องกับความนิยมในราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์ชิง โดยเฉพาะในรัชสมัย จักรพรรดิเฉียนหลงและจักรพรรดิเจียชิ่ง ซึ่งเครื่องถ้วยเบญจรงค์ลายน้ำทองก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

จากโถหนึ่งใบ จึงมองเห็นเรื่องราวได้ไกลกว่าความสวยงาม ทั้งการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ความพิถีพิถันของช่างหลวง ไปจนถึงรสนิยมของราชสำนักในอดีต

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank