หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นชินกับภาพของอุทกทาน หรือพระแม่ธรณีบีบมวยผมที่กลายมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กัน แต่รู้หรือไม่ว่าอุทกทานนั้นไม่ได้มีแค่พระแม่ธรณีบีบมวยผมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ซ่อนตัวลึกเข้ามาอยู่ริมคลองหลังวังสราญรมย์ ซึ่งในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของ “อนุสาวรีย์หมู”
.
อนุสาวรีย์หมู เป็นประติมากรรมที่ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ริมคลองรอบกรุง ใกล้กันกับสะพานปีกุน โดยเป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่บนกองหินที่สุมเทินเอาไว้ แถมยังสวมสร้อยคอไข่มุกอยู่เต็มไปหมด (แต่ล่าสุดเห็นว่าเอาออกแล้ว) โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อนุสาวรีย์สหชาติ”
.
อนุสาวรีย์สหชาติเป็นอีกหนึ่งผลงานประติมากรรมจากฝีมือของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นั่นเอง โดยถูกสร้างขึ้นมาหลังการสร้างสะพานปีกุนได้ 2 ปี เพื่อเป็นการน้อมเกล้าฯ ถวายพระเกียรติเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 50 ปี ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในปี 2456
.
ด้วยความที่สมเด็จพระศรีพัชรินทรฯ ทรงมีพระราชสมภพในปีกุน ทำให้ “หมู” กลายเป็นสิ่งที่ผูกติดกับพระองค์อยู่ในหลายด้าน โดยสมเด็จฯ ท่านไม่ทรงโปรดรับของถวายใด ๆ ทางกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พร้อมด้วย พระยาพิพัฒน์โกษา (เซเลสติโน ซาเวียร์) และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ได้สร้างอนุสาวรีย์หมูนี้ และติดตั้งก๊อกน้ำเอาไว้ที่ภูเขาเป็นอุทกทานแจกจ่ายน้ำประปาสาธารณะด้วยก่อนที่ในภายหลังจะถูกรื้อออกไป
.
แต่ถึงแม้ว่าอุทกทานที่สร้างไว้แรกเริ่มจะเป็นก๊อกน้ำ แต่ทั้งนี้จากภาพเก่าจะเห็นว่าเคยมีการสร้างอนุสาวรีย์หมูให้ “พ่นน้ำ” ได้ด้วย โดยเป็นการสร้างจำลองในงานพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีพัชรินทรฯ ทำให้อนุสาวรีย์หมูที่สร้างจำลแงใหม่ เคยพ่นน้ำออกจากปากได้ต่างไปจากต้นฉบับที่สะพานปีกุน
.
เหตุที่ชื่อว่าอนุสาวรีย์สหชาตินั้น ก็เนื่องมาจากการที่ผู้สร้างทั้ง 3 ตลอดจนสมเด็จพระศรีพัชรินทรฯ ล้วนแต่เกิดในปีกุนด้วยกันทั้งสิ้นนั่นเอง
.
ในปัจจุบันนี้ อนุสาวรีย์หมูไม่ใช่เพียงแค่อนุสาวรีย์ธรรมดา หากแต่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินของผู้คนที่เกิดปีกุนให้เข้ามาไหว้สักการะขอพรกันถ้วนหน้า และยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่มูเพื่อของโชคขอลาภ ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่ายเป็นเรื่องหมู ๆ เหมือนอย่างปีหมูนั่นเอง
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

