“ไข่(ของ)เจ้าอาวาส” ของดีกว่า 100 ปีที่ซ่อนอยู่ในวัดโพธิ์

ใครจะเชื่อว่า ไข่นกกระจอกเทศ ที่จัดแสดงอยู่ใน มิวเซียมวัดโพธิ์ หรือ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 9 ไม่ใช่แค่ไข่ใบใหญ่ธรรมดา แต่เป็นโบราณวัตถุที่มีอายุกว่า 100 ปี และมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการเสด็จประพาสยุโรปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกด้วย

.

ไข่นกกระจอกเทศ ถือเป็นไข่ของนกที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยาวได้ราว 15 เซนติเมตร และหนักได้ถึง 1.4 กิโลกรัม แต่ความพิเศษของไข่ใบนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาด หากอยู่ที่ประวัติศาสตร์ที่ติดตัวมาด้วย

.

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2440 หลังเสด็จประพาสยุโรป รัชกาลที่ 5 ทรงนำไข่นกกระจอกเทศมาถวาย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม ธมฺมสโร) เจ้าอาวาสรูปที่ 9 แห่ง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ในปัจจุบัน

.

เรื่องราวนี้ปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” โดยเฉพาะใน พระราชหัตถเลขาฉบับที่ 5 ซึ่งบันทึกว่า พระองค์ทรงซื้อไข่นกกระจอกเทศระหว่างเสด็จแวะ เมืองเอเดน (Aden) เมืองท่าสำคัญซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศเยเมน และในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของจักรวรรดิอังกฤษ

.

พระองค์ทรงบันทึกถึงบรรยากาศของเมืองเอเดนไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสินค้าจากอาหรับและแอฟริกา ทั้งเขาสัตว์ พัดขนนก และขนนกกระจอกเทศ รวมถึงทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทร้อยกรองกล่าวถึงการเลือกซื้อของฝากว่า “ของเมืองนี้มีไข่โอทเรช กับขนนกกระจอกเทศวิเศษอยู่…”

.

จากพระราชนิพนธ์ดังกล่าว ทำให้ทราบว่า พระองค์ทรงซื้อไข่นกกระจอกเทศจำนวน 2 ฟอง เพื่อนำกลับมาเป็นของฝากถวายพระสงฆ์ที่ทรงเคารพ และหนึ่งในนั้นก็คือไข่ที่ยังได้รับการเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน

.

ปัจจุบัน ไข่นกกระจอกเทศฟองประวัติศาสตร์ ถูกจัดแสดงเป็นหนึ่งในดาวเด่นของคอลัมน์ Specimens ภายในมิวเซียมวัดโพธิ์ ให้ผู้สนใจได้ชมอย่างใกล้ชิด ถือเป็นทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์และของฝากจากการเสด็จประพาสเมื่อกว่า หนึ่งศตวรรษก่อน

.

หากมีโอกาสแวะไปวัดโพธิ์ อย่าลืมเดินเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะนอกจากจะได้เห็นไข่นกกระจอกเทศอายุกว่า 100 ปีแล้ว ยังได้สัมผัสอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่สะท้อนพระราชกรณียกิจ การเดินทาง และสายสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับวัดสำคัญของไทย

.

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายใน อาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต. เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. เข้าชมฟรี