กว่าจะเป็นผ้าทอหนึ่งผืน ไม่ได้เริ่มต้นที่กี่ทอผ้า แต่เริ่มต้นจาก “หัวใจของคนในชุมชน” ที่บ้านแม่หาด อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
.
กลุ่ม “โก่บอเอ่ะ” กำลังทำภารกิจสำคัญผ่านโครงการ “จุงลูกจุงหลาน สืบสานผ้าทอปกาเกอะญอบ้านแม่หาด” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทอผ้าให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่เลือนหายไปพร้อมกับโลกยุคใหม่
.
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ชาวปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) คือ หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้ามาอย่างยาวนาน หญิงสาวจะเริ่มเรียนรู้การทอผ้าจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่อายุราว 10 ปี ก่อนค่อย ๆ ฝึกฝนจนสามารถทอเสื้อผ้าไว้ใช้เอง ทอให้สมาชิกในครอบครัว รวมถึงทอไว้ใช้ในพิธีสำคัญ เช่น งานแต่งงานและงานประเพณีของชุมชน
.
ผ้าหนึ่งผืนจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ผ่านกระบวนการที่ละเอียดอ่อนแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บฝ้าย ปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมสี ม้วนและจัดเรียงเส้นฝ้าย ก่อนนำขึ้นกี่ทอจนกลายเป็นผืนผ้า แล้วจึงนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อ ซิ่น ผ้าโพกศีรษะ หรือย่าม ตามการใช้งาน
.
เอกลักษณ์สำคัญของผ้าทอปกาเกอะญอ คือการใช้ “กี่เอว” หรือ กี่ห้างหลัง เครื่องทอผ้าโบราณที่ผู้ทอต้องนั่งกับพื้น ใช้สายคาดพาดรอบเอวเพื่อสร้างแรงตึงของเส้นด้าย ปลายอีกด้านผูกกับเสาเรือนหรือโคนต้นไม้ ทุกจังหวะการทอจึงอาศัยทั้งแรงกาย ความชำนาญ และสมาธิของผู้ทออย่างแท้จริง
.
ลวดลายบนผืนผ้าแต่ละผืนก็เปรียบเสมือนบันทึกเรื่องราวของชุมชน ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์ สิ่งของในชีวิตประจำวัน รวมถึงความเชื่อและประเพณีของบรรพบุรุษ ผ่านเทคนิคการสร้างลวดลายที่หลากหลาย ทั้งการจก การทอยกดอก การมัดหมี่ การปักด้ายสี และการประดับเมล็ดลูกเดือย
.
ลายดั้งเดิมที่พบได้ในกลุ่มปกาเกอะญอและกะเหรี่ยงโปแทบทุกพื้นที่ ได้แก่ ลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ลายกากบาท ลายดอกไม้ และลายเส้นเรขาคณิต ซึ่งล้วนเป็นลวดลายที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
.
สิ่งที่ทำให้ กลุ่มโก่บอเอ่ะ บ้านแม่หาด แตกต่างจากหลายพื้นที่ คือการเลือกใช้ สีย้อมจากธรรมชาติ แทนสีย้อมเคมี ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไม้ ดินโคลน ขมิ้น และพืชท้องถิ่นอื่น ๆ จนได้เฉดสีที่นุ่มนวล อบอุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนความงามแบบธรรมชาติที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน





