จากแผ่นโลหะเรียบ ๆ สู่ลวดลายอันวิจิตรที่เต็มไปด้วยเรื่องราว “งานดุนโลหะ” คือหนึ่งในหัตถศิลป์ชั้นสูงของชาวล้านนา ที่สืบทอดกันมายาวนานผ่านการตกแต่งวิหาร โบสถ์ และเจดีย์ในวัดทางภาคเหนือ
.
เสน่ห์ของงานดุนโลหะอยู่ที่การใช้ “ค้อน” และ “เหล็กดุน” ค่อย ๆ ตอกลวดลายลงบนแผ่นโลหะทีละจังหวะ จนเกิดเป็นภาพนูนต่ำ นูนสูง และรายละเอียดที่งดงามราวกับมีชีวิต โดยด้านใต้ของแผ่นโลหะจะรองด้วย “ชันผสมน้ำมันหมู” เพื่อช่วยยึดแผ่นโลหะให้อยู่ตัวและมองเห็นมิติของลวดลายได้ชัดเจน
.
กรรมวิธีสำคัญของงานดุนโลหะมี 2 ขั้นตอนหลัก คือ “ดุนลาย” การตอกจากด้านหลังให้แผ่นโลหะนูนขึ้นตามโครงร่าง และ “ตอกลาย” การเก็บรายละเอียดจากด้านหน้าให้ลวดลายคมชัดสวยงาม
.
หนึ่งในเทคนิคที่โดดเด่นที่สุด คือฝีมือของช่างดุนโลหะจากกลุ่มวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้วิธี “แกะลายสองด้าน” เริ่มจากการตีขึ้นรูปจากด้านหลังให้เกิดมิตินูนสูง ก่อนตีกลับด้านหน้าเพื่อเก็บรายละเอียดอีกครั้ง ทำให้งานมีความลึกและมิติอันเป็นเอกลักษณ์
.
ความยากของงานนี้ไม่ได้อยู่แค่ตอนตอกลาย แต่ยังรวมถึงขั้นตอน “เผาชัน” เพื่อไล่ชันออกจากแผ่นโลหะ ช่างต้องควบคุมอุณหภูมิไฟอย่างแม่นยำ เพราะหากร้อนเกินไป โลหะอาจละลายเสียหายได้
.
ลวดลายในงานดุนโลหะยังแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
– ลายเบา : ลวดลายเรียบไม่มีมิติ เช่น ลายช้าง ลายดอก 12 ราศี
– ลายนูนต่ำ : มีการเซาะร่องและสร้างมิติให้ลายดูเด่นขึ้น
– ลายนูนสูง : งานชั้นครูที่ต้องตอกจากด้านหลังให้ลายยกตัวสูง มีความซับซ้อนและใช้เวลาอย่างมาก
ปัจจุบันงานดุนโลหะ ไม่ได้อยู่แค่บนผนังวัดอีกต่อไป แต่ถูกต่อยอดลงบนแผ่นเงิน ทองเหลือง และทองแดง กลายเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และงานศิลป์ร่วมสมัยที่เพิ่มมูลค่าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงาม

